Trip เก๋ Good in JEJU

เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บีทริปนิวส์ มีโอกาสได้ร่วมทริป Romantic Summer in Jeju กับบริษัททรู เวิลด์ ทราเวล ทัวร์เชจูเหมาลำบินตรง เป็นทัวร์เต็มรูปแบบ กับสายการบินเจจูแอร์ ต้องบอกว่าในครั้งแรก แอบตั้งคำถามอยู่เหมือนกันว่า ทำไม ? เกาะเชจูถึงเป็นที่นิยมสำหรับคนไทยมาก ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูร้อนหรือฤดูหนาว

ความแตกต่างในบรรยากาศ… ประสบการณ์และความทรงจำ น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของการเดินทางกับครั้งหนึ่ง ณ เกาะเชจู …. ไปดูกันเลยดีกว่าว่า…เมืองมรดกโลก ที่องค์การยูเนสโกให้รางวัลเกาะแห่งนี้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งใหม่ของโลก เกาะที่เกิดใหม่จากภูเขาที่ดับแล้ว… หน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้าง

เกาะเชจู เป็นเกาะที่แยกออกมาจากแผ่นดินใหญ่ เดินทางได้เพียงทางเรือและเครื่องบินเท่านั้น เดิมเป็นเกาะที่เนรเทศคนทำผิดของเกาหลีใต้ คล้าย ๆ กับเกาะตะรูเตาที่บ้านเราสมัยก่อน ถ้าจะให้ดีคงจำกันได้กับละครซีรี่ส์เกาหลี “แดจังกึม” ที่ไปดังกระหึ่มเมืองไทยเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเธอก็ถูกเนรเทศมาอยู่บนเกาะแห่งนี้ แว่วมาว่า …แดจังกึมเป็นหญิงสาวที่ฉลาดปราดเปรื่องคนนี้ ในตำนานที่มีชีวิตอยู่จริงในช่วงคศ. 1844 มีการบันทึกไว้ในจดหมายราชวงศ์โชซอนถึง 7 ครั้ง…

…… คณะของเรา ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงตีสามบินตรงถึงเกาะเชจูในเวลาเช้าของอีกวัน เวลาของเกาหลีใต้กับไทยห่างกัน 2 ชม. เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงต้องปรับนาฬิกากันจะได้ไม่งง

ทั้งลำของสายการบินเจจูแอร์ มีแต่คนไทย เพราะทรู เวิลด์ ทราเวล เป็นเจ้าเดียวที่จับมือกับทางสายการบินเจจูแอร์ บินตรงสู่เกาะแห่งนี้ ไม่ต้องไปแวะที่โซลหรือปูซานเหมือนในอดีต

ต้องยอมรับในความเก่งของผู้บริหารหญิง คุณปลา พธู ณ สงขลา  แห่งทรู เวิลด์ ทราเวล ที่นำพาประสบการณ์ดีดีมาให้คนไทย ในสนนราคาที่ทำเอางงกันเป็นแถบว่า…ทำได้ไง

คุณปลาเข็นรถรับลูกทัวร์ด้วยตัวเองเลย

…..ประมาณ 9 โมงเช้า เจ้านกยักษ์ก็ลงเทียบสนามบินเชจู ซึ่งถือเป็นท่าอากาศยานที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลีใต้ รองจากท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน สนามบินที่ถูกจัดอันดับจาก OAG ว่ามีไฟล์ทหรือการจราจรบนท้องฟ้าเยอะที่สุดในโลก ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2511

หลังจากคณะลูกทัวร์จัดการกับภารกิจส่วนตัวกันเรียบร้อย ก็เริ่มออกจากสนามบิน โดยได้รับการเตือนว่า ที่นี่ค่อนข้างแรงสำหรับการข้ามถนน หากไม่ข้ามในทางม้าลายหรือช่วงไฟหยุด จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

รถโค้ชขนาดใหญ่ของบริษัทรอรับนักท่องเที่ยว สิ่งแรกที่ต้องจำคือทะเบียนรถที่จะขึ้น จะจำสีรถหรือหน้าตารถคงจะยาก เพราะมีเหมือนกันหลายคันเจ้าคะ

…. ไม่นานนัก คณะสื่อมวลชนและลูกทัวร์ ก็ขึ้นมานั่งพร้อมกันเรียบร้อย  ไกด์จากทรูเวิลด์ ทราเวล ก็เริ่มแนะนำตัวก่อนจะเริ่มเปิดการบรรยายให้คณะฟังผ่านไมโครโฟนว่า

“ขอต้อนรับสู่ทรู เวิลด์ ทราเวลคะ … เกาะเชจู โอโซนเป็นอันดับที่สามของโลก มาถึงแล้วต้องสูดอากาศให้เต็มปอด ถือว่ามาฟอกปอดกันคะ มาถึงหลายท่านอาจจะถามถึงส้ม ซึ่งฤดูส้มจะออกผลผลิตในเดือนพฤศจิกายน เดือนนี้จะเป็นฤดูแตงและพีซ”

.. ค่าครองชีพของที่นี่สูงกว่าบ้านเรา 3-5 เท่า ทำให้แม้แต่ลูกชิ้นโอเด้งที่ใส่ในน้ำซุปก็มีราคาสูงกว่าแต่ก็ไม่ได้มากมายเท่าใดนัก ซึ่งมีคำแนะนำว่า ควรจะลองชิม

….การมาเยือนบ้านเมืองที่แตกต่างออกไปจากวิถีชีวิตของเรา สิ่งหนึ่งที่เราเห็นพ้องต้องกันกับทางไกด์คือ อาหารพื้นถิ่นต้องทดลองชิม ต้องเปิดใจกว้างกับการใช้จ่ายสำหรับอาหาร บางคนอาจจะไม่กล้าลองเพราะคิดว่าแพง แต่สำหรับเราคิดว่า ลองเถอะ นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์

ดอกไฮเดรนเยีย ( HYDRANGEA Flower) 

นั่งรถกันไปไม่เท่าไหร่ เราก็มาถึง Camellia Hill แหล่งเที่ยวแห่งแรกของทริปเชจู ที่นี่โดดเด่นเรื่องของความงามจากดอกไฮเดรนเยีย ( HYDRANGEA Flower)  จากข้อมูลบอกไว้ว่า ความหมายของดอกไฮเดรนเยีย หมายถึง “ดอกไม้เย็นชา” เพราะสามารถทนกับอากาศหนาวได้เป็นอย่างดี แต่อีกความหมายหนึ่งคือ “แทนคำขอบคุณ” หรือ “ขอบคุณที่เข้าใจและคอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอด”

ดอกไฮเดรนเยียบนเกาะเชจูส่วนมากดอกเป็นสีฟ้า สีม่วงอมชมพู กลิ่นอายความหอมอ่อน ๆ แบบธรรมชาติของดอกไฮเดรนเยียช่วยให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข เพลิดเพลินมีชีวิตชีวาและไม่ควรพลาดกับการเก็บภาพประทับใจ โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมจะเป็นช่วงที่ดอกไฮเดรนเยียบานงดงาม

แม้เราจะเดินทางไปกันเดือนสิงหาคม แต่ดอกไฮเดรนเยียก็ยังไม่โรยลา ยังคงทำหน้าที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้วิ่งใส่กันเก็บภาพแบบไม่เหน็ดเหนื่อย

แต่การจะมาเซลฟี่กับดอกไฮเดรนเยีย คงต้องดูกันที่ฤดูกาลนะคะ สามารถสอบถามไปทางบริษัททัวร์ได้ แต่สำหรับเราแค่ได้เข้ามาสูดโอโซนบำรุงปอดกับสวนสวยๆ แค่นี้ก็คุ้มละ

ที่นี่มีสองส่วนที่น่าสนใจ ด้านนอกบริเวณสวนที่ได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดีแล้ว เดินเข้ามาภายในเป็นกลาสเฮ้าส์ซึ่งมีร้านกาแฟเล็ก ๆ บริการนักท่องเที่ยวให้ได้ชิมกันด้วย ราคาไม่กี่วอน แต่จำไม่ได้อ่ะ … อิอิ

 

HELLO KITTY JEJU ISLAND

ถัดมาเป็น ฮัลโล คิตตี้ ( HELLO KITTY JEJU ISLAND) เป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับคิตตี้หลากหลายเวอร์ชั่น รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นคิตตี้ทั้งหมด พร้อมกับประวัติความเป็นมา โดยเป็นอาคาร 3 ชั้น ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลี สาวกคิตตี้ไม่ควรพลาด

…. จากคำถามที่ว่า ฮัลโล คิตตี้ เป็นแมวหรือเป็นคน มีข้อมูลบอกว่า ฮัลโล คิตตี้ มาจากคน ไม่ใช่แมวอย่างที่เราเห็นหน้าตาคิกขุ มีหนวดสามขีด ม่ายช่าย …แมว… จริง ๆ ต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ จากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ค่อยคุยกับใครเมื่อไปเรียนหนังสือเธอจะไม่สุงสิงกับใครและมาสปิดปากตลอดเวลา

เมื่อไปถึงรร.ก็จะนอนหลับ ตอนเลิกเรียนเสร็จกลับบ้าน จนวันหนึ่งเธอนอนหลับจึงถูกเพื่อนๆแกล้งใช้ปากกาเขียนที่แก้มเป็นสามเส้น พอเด็กผู้หญิงตื่นขึ้นมาก็ไม่รู้ตัวก็เดินไปอย่างนั้น เพื่อนๆ ด้วยความที่ไปแกล้งก็เรียกเธอว่า hello kitty จนปัจจุบันกลายเป็นนตำนาน

สำหรับ HELLO KITTY JEJU ISLAND แห่งนี้ เมื่อเข้าไปในอาคารชั้นแรก บริเวณโถงกลาง จัดถูกตกแต่งด้วยคิตตี้วางเรียงรายสูงขึ้นไปเป็นปิรามิด ขณะที่โดรอบเต็มไปด้วยคิตตี้ บ้างก็เล็ก บ้างก็ใหญ่จนเกินโอบ

หลังจากเก็บบรรยากาศแถวนี้แล้วก็เดินขึ้นบันไดไปเป็นร้านกาแฟ คิตตี้คาเฟ่ ร้านที่ตกแต่งอย่างน่ารักเหมาะสำหรับการถ่ายภาพ แม้แต่เก้าอี้นั่งก็น่าร้าก แวะมานั่งจิบกาแฟหรือจะสั่งเค้ก สั่งไอศกรีมหน้าตาคิตตี้มาลองชิมก็เก๋ไม่เบา ที่สำคัญ ที่นี่หากคุณสั่งกาแฟ เขาจะถามว่านั่งทานที่ร้านหรือจะนำออกไป ไม่อนุญาตให้นำแก้วแบบเทคอเวย์เข้ามานั่งทานในร้าน …อืมมม..

ถัดมาเป็นห้องสำหรับดูวิดีโอการ์ตูนภาพ 3 D ถ้าไปที่ญี่ปุ่นต้องจ่ายค่าเข้าชม 1,300 บาทจึงจะได้ดูการ์ตูนแบบนี้ แต่ที่นี่เข้าฟรี โดยก่อนเข้ามีเจ้าหน้าที่คอยยืนแจกแว่นตาสามมิติให้กับผู้ที่เข้าชม มีจัดเป็นรอบ ๆ ละ 7 นาที ก็น่ารักไปอีกแบบจ่ะ  หลังจากชมการ์ตูนเสร็จเปิดประตูออกไปด้านหลังดาดฟ้าอาคาร มีมุมสำหรับถ่ายรูปรวมถึงเขาวงกตเล็กๆ ให้ได้เล่นกันด้วย

 

ไร่ชา OSULLOC

แว๊บ.. ไปกันต่อเลยที่พิพิธภัณฑ์ชาโอซุลลอค ไร่ชา OSULLOC  ดินแดนที่ได้รับของขวัญจากธรรมชาติ ทำให้เป็นที่ปลูกชาเขียวคุณภาพสูง ที่บอกว่าเป็นของขวัญจากธรรมชาติ เพราะเกาะแห่งนี้ ต้นกำเนิดคือภูเขาที่มีความสูงที่สุดของเกาหลี 1950 เมตรจากระดับน้ำทะเล ภูเขานี้ระเบิดทำให้หินภูเขาไฟลาวาทั่วทั้งเกาะ เกาะแห่งนี้ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ต 3 เท่า แบ่งออกเป็นสองฝั่ง ตะวันออกและตะวันตก เป็นเกาะที่มีผู้อยู่อาศัยราว 6 แสนคน และเพราะมีสภาพภูมิอากาศและพื้นดินที่เหมาะกับการปลูกชา ที่นี่จึงขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกชาที่มีคุณภาพสูง สามารถส่งผลิตภัณฑ์ชาเขียวออกไปขายทั่วโลก

นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดแสดงประวัติและวัฒนธรรมการชงชาอันหลากหลาย รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชานานาชนิด อาทิ เช่น ชาเขียวคุณภาพเยี่ยมเหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝาก

มีคุ้กกี้ชาเขียว ซุปชาเขียวและโรลชาเขียวที่ไม่ควรพลาด นอกจากนี้ยังมีหอชมวิวซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับภาพบรรยากาศของไร่ชาเขียวที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ด้านหน้าจะเห็นถ้วยชาสัญลักษณ์ของไร่แห่งนี้ ก็เรียกว่าเก็บภาพกันได้ตามอัธยาศัย

 

CIRCUS WORLD SHOW

สถานที่ถัดไปที่เมื่อมาถึงเชจูแล้วไม่ควรพลาดเข้าชม คือ การแสดงความสามารถของนักแสดงในการโชว์หวาดเสียวและความยืดหยุ่นของร่างกาย CIRCUS WORLD SHOW ประกอบแสงสีเสียง และที่ถือเป็นไฮไลท์คือ มอเตอร์ไซด์ผาดโผน บ้านเราอาจจะเคยเห็นคล้ายกับรถไต่ถัง แต่ที่นี่เขาแสดงกันหลายคนเข้าไปบิดมอเตอร์ไซด์ไต่ถังประกอบแสง สี เรียกเสียงปรบมือได้เกรียวกราวไม่ต่างจากโชว์หวาดเสียวที่ห้อยโหนกันกลางอากาศ

“ถ้าเข้าไปด้านในอาคารแล้ว ดูเก้าอี้ว่าง พยายามนั่งกลางๆ นะคะ จะได้มุมที่เห็นการแสดงได้ถนัดและสวยงามกว่าคะ” น้องไกด์ “แพรวา” คนเดิม ส่งเสียงผ่านไมค์ก่อนจะปล่อยลูกทัวร์ลงรถโค้ช

นั่นทำให้ เราต้องเลือกที่นั่งที่เหมาะเหม็งสำหรับการบันทึกภาพ แต่…แหะแหะ… เท่าที่จะได้ค่ะ เพราะก่อนหน้าเราก็มีคนอื่นเข้าไปนั่งกันเพียบละ แค่ได้มุมไม่บังกันก็เครละ ที่นี่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพวิดีโอเพราะต้องการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชื่นชมด้วยตาของตนเองมากกว่า

 

วัด ซันบังโพมุนซา ( SANBANGSANBOMUNSA TEMPLE)

ไปชมโชว์กันมาเรียบร้อย ตอนนี้ก็บ่ายคล้อยแล้ว….เหมาะมากกับการขึ้นไปไหว้พระที่วัดแห่งนี้ เพราะวัดตั้งอยู่บนเขาซันบังหันหน้าออกสู่ทะเล  แปลเป็นภาษาไทยเรียกว่าห้องภูเขา บริเวณตรงกลางจะมีห้องอยู่ เขาไฟลาวาไม่สามารถระเบิดหรือปะทุตัวได้พอ ลาวาไหลลงด้านล่างเหมือนเดิม จึงเกิดเป็นห้องและคนเกาหลีใช้ร่องเพื่อเป็นการหลบลี้หนีภัยสงครามตอนทำกับญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันไม่ได้ให้ขึ้นแล้วเพราะกลัวอันตรายจากหินถล่ม

บริเวณทางขึ้น เป็นที่ประดิษฐานของพระสังกัจจายน์  มีคำแนะนำให้นำเงินขวัญถุงไปลูบที่ท้ององค์พระฯ และเก็บรักษาไว้ห้ามใช้จะทำให้มากมีไม่อับจน เงินทองไหลมาเทมา ด้านข้างจะเป็นองค์เจ้าแม่กวนอิม หันหน้าออกสู่ทะเล ขอพรเรื่องโชคลาภ การงาน แต่คำอธิษฐานจะสำเร็จหรือไม่ก็คงต้องขึ้นอยู่กับบุญใครสร้างมาหล่ะ

ไม่ห่างกัน มีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งอัญเชิญมาจากวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ  ตามวิถีการทำบุญของชาวเกาหลีแตกต่างจากไทย โดยคนเกาหลีนิยมถวายข้าวสารเพื่อเป็นอาหารสำหรับพระสงฆ์และเทียน การถวายข้าวสารเชื่อกันว่า จะได้ในสิ่งที่ไม่มีเพราะเกาะเชจูไม่สามารถปลูกข้าวได้  จึงเป็นความเชื่อว่าหากถวายข้าวสารจะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์

ส่วนเทียน เชื่อในเรื่องของการงานหรือแสงสว่างในชีวิต การถวายเทียนให้ตั้งเทียนขึ้นแล้วเขียนชื่อเฉพาะชื่อของคนมีชีวิตอยู่ หากอยากให้ใครรับบุญก็ให้เขียนชื่อคนนั้น หลังจากนั้นนำขึ้นไปถวายที่องค์พระใหญ่สีทองอร่าม พระยัคซา ยัคภาษาเกาหลีแปลว่ายา จะเห็นว่าในพระหัตถ์ขององค์พระถือถ้วยโอสถอยู่

ภายในวัดจะเห็นรูปปั้นเล็ก ๆ เต็มไปหมด ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำตัวคน มาจากผู้ที่อธิษฐานแล้วสำเร็จนำมาถวาย….

จากบนวัดจะสามารถเห็นวิวทะเลด้านล่างที่มีลักษณะเป็นแหลมมังกรยื่นออกสู่มหาสมุทรอีกด้วย โดยเฉพาะยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแบบนี้ สวยงามทีเดียว…..

หลังทานอาหารเย็น คณะของเราก็เข้าสู่ห้องพัก ในโรงแรม SEA HOTEL โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของเกาะเชจู ฝั่งตรงข้ามของโรงแรมมี เซเว่น อีเลฟเว่น แต่หากเดินไปทางด้านขวามือของโรงแรม เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงให้เดินข้ามทางม้าลายไป และเข้าซอยข้างมินิมาร์ท จะพบกับชายหาดของเกาะ ที่ที่มีร้านรวงจำนวนมาก ทั้งร้านอาหารทะเล ร้านกาแฟ ร้านเบียร์ ตั้งเรียงรายอยู่ริมหาด สำหรับคนที่ชอบสัมผัสกับบรรยากาศแบบไนท์ไลฟ์ไม่ควรพลาด !!!

…. ค่ำนี้ จึงเป็นค่ำคืนแรกบนเกาะเชจูที่สมบูรณ์แบบ ทั้งกลางวันและกลางคืน… ราตรีสวัสดิ์

 

พิพิธภัณฑ์แฮนยอ ( HAENYEO MUSEUM)

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น…หลังจากเสร็จสรรพกับอาหารมื้อเช้า คณะเริ่มเดินทางกันไปยังที่แรก พิพิธภัณฑ์แฮนยอ ( HAENYEO MUSEUM) เคยก็แต่ได้ดูสารคดีเกี่ยวกับกลุ่มผู้หญิงชาวเชจูที่เป็นนักดำน้ำมานานแล้ว… ตื่นเต้นๆ

ที่เกาะเชจู เกาะมรดกโลก เกาะที่มีอาชีพเป็นอาชีพมรดกโลก  จากข้อมูลบอกว่า ทางการเกาหลีได้กำหนดเอาไว้ในหลักสูตรว่า นักเรียนเกาหลีต้องมาที่เกาะเชจูถือเป็นกิจกรรมภาคบังคับของเยาวชนทีเดียว

ผู้หญิงกลุ่มนี้ สำคัญอย่างไร ต้องขยาย …. ผู้หญิงกลุ่มนี้ เรียกว่า แฮนยอ คือนักดำน้ำที่ลงไปเก็บอาหารทะเลบริเวณรอบ ๆ ชายฝั่งของเกาะ ด้วยวิธีการตามแบบฉบับดั้งเดิมของเกาหลี บางคนยกให้พวกเธอเป็นนางเงือกแห่งท้องทะเล ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากในความแข็งแกร่งของผู้หญิงบนเกาะเชจู ยอย่อมาจากยอจา หรือผู้หญิงทะเล

ภายในพิพิธภัณฑ์ มี 3 ชั้น บอกเล่าถึงต้นกำเนิดของอาชีพแฮนยอ เมื่อเข้าไปถึงต้องชมวิดีโอแนะนำประวัติความเป็นมาของการทำงานของผู้หญิงกลุ่มนี้ก่อน ในอดีตผู้หญิงที่เกาะเชจูค่อนข้างลำบากมาก ผู้ชายที่นี่มีจำนวนน้อย เนื่องจากต้องออกศึกสงคราม หน้าที่ทำมาหาเลี้ยงชีพจึงขึ้นอยู่กับผู้หญิง

อาชีพ ”แฮนยอ” ได้รับรางวัลจากยูเนสโก ปัจจุบันเหลือเพียง 2000 กว่าชีวิตเท่านั้น เพราะวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ความมหัศจรรย์ของแฮนยอถึงขนาดที่หน่วยซิลล์ของสหรัฐอเมริกานำผู้หญิงเหล่านี้จำนวนหนึ่งไปตรวจร่างกายว่าทำไมจึงมีร่างกายที่แข็งแรง โดยเฉพาะในฤดูหนาวลบ 20 องศาสามารถดำน้ำลงไปได้ ทั้งที่อากาศขนาดนั้น และที่สำคัญไม่ใช่ลงทะเลเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่เขาลงน้ำกันนาน 5-8 ชม. เพื่อเก็บสาหร่าย หอยเป๋าฮื้อ ปลิงทะเล

ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์เริ่มกันที่ชั้นแรก แสดงประวัติ บ้านเรือน สมัยก่อนชุดแต่งกายของแฮนยอเป็นชุดหลวมๆ ที่ดูสบายตา

ในช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ อากาศติดลบ 20 องศา แต่ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านในสมัยก่อนจะนำขี้ม้ามาอัดให้เกิดเป็นแก๊สแล้วตีท่อส่งสู่ห้องครัวเพื่อให้เกิดเป็นความร้อน อะไรที่สามารถนำมาดำรงชีวิตเพื่อความเป็นอยู่ของตนเองได้ก็จะทำ ในส่วนของที่พักอาศัยจะก่อสร้างด้วยการนำหินมาเรียงกันแล้วใช้ขี้ม้ากับดินอัดตามร่องต่าง ๆ

ชั้นที่สองเป็นการแสดงเครื่องแต่งกายของแฮนยอ อายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งอาชีพประมงของแฮนยอจะไม่เหมือนกับบ้านเรา เขาจะไม่มีอุปกรณ์ในการหาอาหารแต่จะใช้ร่างกายดำน้ำลงไป ที่นี่จัดแสดงหน้ากากสำหรับดำน้ำ เสื้อผ้าที่ใช้ในการดำน้ำของเหล่าแฮนยอมาจัดแสดงไว้

และปิดท้ายด้วยช้อปขายของที่ระลึก ทั้งพวงกุญแจ กระเป๋า เสื้อ หมวก ตุ้มหู และอื่น ๆ นักช้อปชาวไทยไม่ควรพลาด อิอิ

 

 

หมู่บ้านวัฒนธรรม “ซองอึบ”( SONGEUB FOLK VILLAGE )

หลังเข้าไปชื่นชมกับความแข็งแกร่งของหญิงแฮนยอ ก็เป็นเวลาอาหาร ….ว่าที่จริงหลายมื้อละหล่ะที่เราทานกันมา เพียงแต่ว่า ส่วนใหญ่อาหารจะเป็นบุฟเฟ่ต์ เน้นหมู ทั้งแบบหมูสามชั้นและหมูชิ้นหนาใหญ่ บางมื้อจะเป็นเมนู จิมดักไก่อบซีอิ๊ว เมนูอาหารเกาหลีพื้นเมืองดั้งเดิม มีไก่ชิ้นโตกับวุ้นเส้นแบนใหญ่ในสไตล์เกาหลี และมีมื้อพิเศษที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีให้กับทัวร์ จัดอาหารทะเลขนาดย่อมมาให้ลูกทัวร์ได้ลิ้มรส

สำหรับใครที่ไม่ทานหมู ทานเนื้อ ก็ควรจะแจ้งกับทางทัวร์ ก็จะมีเมนูพิเศษ ไข่เจียวบ้าง ข้าวผัดบ้าง ผัดผักบ้าง สำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ทานไม่ได้ แต่ที่เห็นคณะของเราบางคนแม้จะทานได้ก็ยังเตรียมความพร้อมด้วยการซื้อน้ำพริกตาแดง บ้างก็ปลากรอบ ของแห้งจากเมืองไทยเพื่อเสริมรสชาติอาหารให้ถูกปาก

ถึงตรงนี้ก็ต้องบอกว่า … สิ่งที่สำคัญที่สุด เห็นจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตตัวเอง จะได้เที่ยวได้อย่างสนุกสนานและมีความสุข คงไม่มีทัวร์ที่ไหนทำให้ถูกปากถูกใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน

เอ้า … มาว่ากันต่อ ก่อนจะไปสถานที่เที่ยวที่ต่อไป มีการแวะร้านน้ำมันสนเข็มแดง แต่ที่นี่ไม่อนุญาตให้อัดวิดีโอหรือถ่ายภาพใดใด เราจึงมีแต่ภาพภายนอกมาฝากกัน

จากข้อมูลบอกว่า ร้านน้ำมันสนเข็มแดง มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ผ่านผลงานการวิจัยมากมายจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ประเทศเกาหลีใต้ สรรพคุณช่วยลดไขมันและน้ำตาลในกระแสเลือด ป้องกันการเกิดเส้นเลือดตีบ แตก ตัน และสามารถล้างสารพิษในร่างกาย เพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน และทำให้อายุยืนแบบชาวเกาหลี ซึ่งกำลังเป็นที่ได้รับความนิยมจากคนในเกาหลีเป็นอย่างมาก และยังมีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำจากสนเข็มแดงซึ่งเป็นสินค้ายอดนิยมสำหรับคนเกาหลีและนักท่องเที่ยว ซึ่งใครสนใจก็สามารถเลือกสรรได้ มีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายสรรพคุณอยู่ด้านใน

ไปทริปนี้ จะมีการแวะศูนย์โสม (GINGENG CENTER) ศูนย์โสมที่รัฐบาลรับรองคุณภาพว่าผลิตจากโสมอายุ 6 ปีซึ่งถือว่าอยู่ในคุณภาพที่ดีที่สุด ร้านน้ำมันสนเข็มแดง ร้านสมุนไพร (KOREA HERB) ศูนย์รวมเครื่องสำอาง ( COSMETIC SHOP) ร้านละลายเงินวอนหรือ( SUPER MARKET) จำหน่ายชุดเครื่องนอนอันดับ 1 กับขนมของฝากพื้นเมืองเกาหลีเช่น ขนม ช็อคโกแลตแสนอร่อยในแต่ละวัน

ร้านน้ำมันสนเข็มแดง

 

ลูกค้าเครื่องสำอางค์ ได้กันมาคนละเซ็ต

ความที่เกาะเชจูเป็นเกาะสำหรับเนรเทศผู้กระทำผิด ที่นี่จึงไม่มีพระราชวัง เหมือนที่อื่นๆ นักท่องเที่ยวที่ถามหาพระราชวังก็คงต้องไปที่โซลหรือปูซาน พิพิธภัณฑ์ต่างๆ บนเกาะเชจู ส่วนใหญ่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเกาะ เช่นเดียวกับหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้

หมู่บ้านวัฒนธรรม ซองอึบ ปัจจุบันยังคงมีชาวบ้านอาศัยอยู่ในบางหลังคาเรือน หมู่บ้านโบราณแห่งนี้อายุมากกว่า 300 ปี เอกลักษณ์ของการสร้างบ้านของที่นี่คือการใช้ดินเหนียวผสมกับขี้ม้าเป็นตัวยึดก้อนหินและก้อนอิฐเข้าด้วยกันเพื่อทำเป็นโครงสร้างของตัวบ้าน

จากด้านหน้าที่มีหินแกะสลักคุณปู่ 2 ตนตั้งเด่นอยู่ด้านหน้ารอรับลูกทัวร์  แม้จะสื่อความหมายว่าเป็นหินผู้ชายทั้งคู่ แต่มีการสลักตำแหน่งมือที่แตกต่างกัน โดยหากตนไหนมือขวาขึ้นด้านบน หมายถึงเก่งในเรื่องของการขีดเขียน หรือการใช้สมองเป็นนักปราชญ์ ส่วนยกมือซ้ายขึ้นบนจะเก่งในเรื่องการรบ และถ้าสังเกตูดีดี หากตัดหู ตา จมูก ก็คล้ายกับศิวลึงค์ที่บ้านเรา

ว่ากันว่า…ที่หินคุณปู่ 2 ตนด้านหน้านี้มีคนมาลูบขอพรเรื่องการมีบุตร หากลูบที่จมูกจะได้ลูกชาย ลูบที่ปากจะได้ลูกสาว ลูบท้องหมายถึงด้านการเงิน ส่วนใบหูหมายถึงเรื่องของสุขภาพ

ก่อนเข้าภายในหมู่บ้าน จะเห็นภูมิปัญญาของชาวบ้านในอดีตอีกข้อหนึ่ง นั่นคือ  ไม้ เพียง 1 ท่อน กับรู 3 ที่เสาด้านข้าง

“ที่เกาะเชจูจะไม่มีประตูบ้าน แต่ไม้นี้จะเสียบที่รูเสาด้านข้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์บอกผู้มาเยือนว่า ภายในบ้านมีคนอยู่หรือไม่ และไปนานแค่ไหน และถึงแม้จะวางเสาบนพื้นก็ไม่สามารถก้าวข้ามเข้าไปได้ ต้องให้คนในบ้านเชิญเข้าจึงจะเข้าได้” คุณป้ากิมจิเล่าให้ฟัง

เมื่อเข้าสู่ด้านในหมู่บ้านซองอึบ บริเวณด้านกลางลาน ก็จะยังมีหินคุณปู่แกะสลักเป็นอนุสาวรีย์อยู่ด้วยเช่นกัน หลายคนเห็นบรรากาศก็ให้นึกถึงละครแดจังกึมที่เคยเห็นในอดีต แต่ที่แปลกใจคือ ปกติไหตามบ้านต่าง ๆ เราจะคิดว่า เขาทำกิมจิ แต่ที่หมู่บ้านนี้เริ่ดกว่าคะ เอาไหมาสำหรับหมัก โอมีจา หรือ แบล็ค ราสเบอร์รี่ ซึ่งมีเฉพาะบนเกาะแห่งนี้

ชาวบ้านจะนำแบล็ค ราสเบอร์รี่ป่ามาใส่ลงในไหพร้อมกับน้ำผึ้ง หมักไว้สามปีก่อนที่จะนำมารับประทาน รสชาติหวานอมเปรี้ยวในสมัยก่อนเคยถูกใช้ในการรักษาคนป่วย ปัจจุบันเป็นสินค้าที่ผู้มาเยือนมักซื้อกลับเป็นของฝาก

คู่รักดาราร่วมแจมทริป

นั่นทำให้….หลังจากรับประวัติของคนในหมู่บ้านนี้ ก็ได้เวลาของการบอกเล่าสรรพคุณ วิตามินกระดูกม้า และแบล็คราสเบอร์รี่ผสมน้ำผึ้งบรรจุขวดใส่แพคเกจจิ้งสวยงาม เหมือนสินค้าโอท็อปบ้านเรา ซึ่งจะมีคุณป้าจิตอาสาคอยอธิบายอยู่ด้านใน มีให้ชิมหากถูกใจก็ซื้อกันไปได้ ตามความต้องการ

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (HANWHA AQUA PLANET JEJU)

มาต่อกันที่อควาเรียมขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ที่นี่อาคารขนาดตั้งอยู่ติดทะเล เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดหากได้มาเยือนเกาะแห่งนี้ เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางทะเล เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่จัดแสดงไว้อย่างสวยงามอลังการ

ใช่! อลังการมาก ๆ โดยเฉพาะมุมตู้ปลาขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย  มุมแสดงการให้อาหารปลาของเจ้าหน้าที่ มีที่นั่งทอดยาวหลายขั้นราวกับอยู่ในโรงมหรสพขนาดใหญ่ เป็นที่ตื่นตาตื่นใจมาก

 

ไล่เรื่อยกันตั้งแต่แรกเข้า ตู้ปลาจากขนาดเล็ก สู่ขนาดใหญ่ขึ้นๆ จนมาถึงที่อุโมงค์ ขนาดใหญ่ ฝูงปลา ทั้งกระเบน ฉลาม เต่าเหล่าสรรพสัตว์น้อยใจกลางท้องทะเลถูกนำมาถ่ายทอดความงามที่นี่

 

ในอีกมุมหนึ่ง ก็มีการนำปลาดาวมาให้เด็กๆ ได้รู้จักกันอย่างใกล้ชิด แต่ละโซนถูกจัดแบ่งไว้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะมุมตู้ปลาขนาดใหญ่อย่างที่บอก ถือเป็นไฮไลท์ชวนร้องว้าว !!! กันเลยทีเดียว บอกได้เลยว่า คุ้มจริงๆ สำหรับการเข้ามาในอควาแห่งนี้

หลังชื่นชมเสร็จใครจะซื้อของที่ระลึกที่เกี่ยวเนื่องกับ อควาฯแห่งนี้ก็มีให้เลือกหลายอย่าง

ในส่วนของด้านนอกอาคารริมทะเล มีการจัดมุมสำหรับการถ่ายภาพเอาไว้มากมาย บอกเลยว่า ต้องมา…

 

ยอดเขา ซองซน อิลจุลบง (SEONGSAN ILCHULBONG)

เย็นย่ำบ่ายคล้อยแล้ว เราเดินทางกันต่อไปยัง ยอดเขา ซองซน อิลจุลบง เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ปากปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเหมือนมงกุฎ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงสำหรับคนที่มาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้น ถือเป็นหนึ่งใน 10 สถานที่สวยงามในเกาะเซจู และในจุดนี้จะเป็นทิวทัศน์โดยรอบของเมืองเชจู เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอยากมาสัมผัส ถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติของโลก

มีการจัดระบบการเข้าชมไว้อย่างดี รถทัวร์ รถส่วนตัวจอดด้านล่าง ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ที่นี่ต้องเสียค่าเข้าชมเช่นกัน แต่มากับทรูเวิลด์ทราเวลจะอยู่ในแพคเกจ ลองเช็คดูกับทางทัวร์ได้สำหรับแต่ละแห่งที่เราไป เพราะสำหรับทริปที่มาแนะนำนี้ เป็นทริปพิเศษที่พาคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมในทุกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งจะมากกว่าแพคเกจทัวร์ในปกติทั่วไป

ที่นี่มีจุดให้ถ่ายรูปกันตั้งแต่ทางขึ้น เดินขึ้นเขาไปจนถึงปล่องไฟ หากไม่ไหวก็สามารถเลี้ยวซ้ายลงไปชื่นชมวิถีชาวประมงด้านล่างได้ ซึ่งก็จะมีอาหารทะเลจำหน่าย แต่เพราะช่วงเวลาของเราซึ่งบ่ายคล้อยไปแล้ว ร้านจึงปิดเรียบร้อย

ร้านกาแฟ ร้านช้อปปิ้งของที่ระลึก ร้านจำหน่ายผลไม้ บริเวณลานจอดรถ มีเอาไว้รองรับนักท่องเที่ยว หากเดินขึ้นไปบนปล่องภูเขาไฟเรียบร้อย จะแวะพักหรือเดินเล่นก็โอเค

แต่ … อาหารมื้อค่ำนี้ เป็นเมนูพิเศษ อาหารทะเลคร๊า … เป็นอาหารทะเลที่ทางรัฐบาลของเขามอบให้กับลูกทัวร์ทุกคน อาหารทะเลขนาดย่อม ทั้งหอย และปลาหมึก เสริฟบนซึ้งร้อน ๆ อย่างที่เกริ่นกันไปในตอนต้น เขาไม่มีน้ำจิ้มซีฟู้ด แต่มีซอสและกิมจิเอาไว้เสริมรส

และแล้ว .. วันที่สองบนเกาะเชจูก็จบลงด้วยการรวมกลุ่มกันเดินไปเยือนชายทะเล ไปชื่นชมไนท์ไลฟ์ริมหาดอีกครั้ง เพื่อพาเพื่อนร่วมทางที่เมื่อวานหมดสภาพไม่ได้มาเที่ยวกัน 555 … ราตรีสวัสดิ์

 

ยงดูอัมร็อค โขดหินมังกร ( YONGDUAM ROCK)

เช้าวันใหม่ ….หลังจากไปเยือนร้านขายเครื่องนอนและขนม ของฝากต่างๆ ก็มุ่งหน้ากันต่อไปเสริมหน้า เอ๊ย…ม่ายช่าย เป็นศูนย์รวมเครื่องสำอาง( COSMATIC SHOP) ประเภทเวชสำอางที่หมอศัลยกรรมเกาหลีร่วมออกแบบมากมาย ผลิตภัณฑ์สำหรับการบำรุงผิวหน้าในแบบไม่ต้องศัลยกรรม

สำหรับสาวไทยหลายคนที่เป็นปลื้มและหลงใหลในความพิเศษของเครื่องสำอางแดนกิมจิ ที่นี่น่าจะเป็นที่ที่ถูกอกถูกใจ นั่งล้อมวงเรียงราย พร้อมการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ ก่อนจะถูกใจและตัดสินใจซื้อกันไปคนละขวดสองขวด บ้างก็ยกชุด ด้วยเพราะสนนราคาและคุณภาพตามสรรพคุณที่ได้บรรยาย ปลื้มปริ่มกันถ้วนหน้า

แต่สำหรับเรา… ผู้ที่หน้าไม่มีเครื่องสำอางชนิดใดเอาอยู่แล้ว ก็เตรียมใจจดใจจ่อกับการได้ไปชิม ปลาหมึกย่างไม้โตราดซอสเกาหลี ราคา 8,000 วอน ฟังไม่ผิดคะ มีจำหน่ายที่นี่ที่เดียว บริเวณปากทางเข้าไปเยี่ยมชม โขดหินมังกร และสะพานข้ามทะเลยงยอน

“มีปลาหมึกสดให้ได้ชิมกันหรือเปล่าคะ” เราอดถามไม่ได้ ก็เคยเห็นในสารคดีนี่นา อยากจะลองกับเขาบ้าง

คำตอบที่ได้คือ “ซันนักจีหรือปลาหมึกสดที่เคยเห็นกินกัน หายาก ที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นปลาหมึกขนาดใหญ่ เอาไปนึ่งแล้วแบ่งขาย”  สรุปว่า อดคะ

ไปถ่ายรูปที่โขดหินมังกรกันดีกว่า โขดหินมังกรแห่งนี้เกิดขึ้นจากการกัดกร่อนของลมทะเล ทำให้มีรูปทรงลักษณะเหมือนหัวมังกร กำลังอ้าปากส่งเสียงร้อนคำรามและพยายามที่จะผุดขึ้นมาจากท้องทะเล เพื่อขึ้นสู่ท้องฟ้า เป็นประติมากรรมที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นมา แอบแซว…ระหว่างการอ้าปากส่งเสียงร้องคำรามของโขดหิน กับอ้าปากรับปลาหมึกของสองคู่ซี้ ระหว่าง ช่อง 5 กับ www.toptotravel.com   อย่างไหนอเมซิ่งกว่ากัน อิอิ

และเพราะวันนี้จะเป็นวันเดินทางกลับเมืองไทยกันแล้ว จึงเป็นวันที่มากไปด้วยการช้อป…ช้อป…และช้อป เพราะหลังจากไปดูโขดหินมังกรแล้ว สถานที่ต่อไปคือ ร้านสมุนไพร (K0REA HERB) ใหม่ล่าสุดของเกาหลี โดยมีการจดลิขสิทธิ์ เรียบร้อยแล้ว เป็นสมุนไพรเมล็ดฮอตเก  (ฮอตเกนำมู) ทางการแพทย์เรียกว่า ผลไม้ทอง มีรสเปรี้ยว ดีสำหรับบุคคลที่นิยมดื่มเหล้า ชา กาแฟ เมล็ดฮอตเกจะช่วยในการล้างสารพิษที่ตกค้างและไขมันที่สะสมอยู่ภายในผนังของตับหรือไต ช่วยให้ตับไตแข็งแรง

….. และแล้วก็มาถึงมื้อกลางวันที่เสริฟด้วยเมนู พลุโกกิ ส่วนผสมของเมนูนี้คือหมูหมักชิ้นบางๆ ผักต่างๆ ฟักทองอ่อน วุ้นเส้น เห็ด แครอท ถั่วงอก มาต้มรวมกัน ทานไปพร้อมกับเครื่องเคียง เสริฟกับข้าวร้อนๆ อร่อย ค่ะ

อิ่มปุ๊บก็ต้องเดินย่อย ทรูเวิลด์ ทราเวล จัดให้ช้อปกันต่อที่ ล๊อตเต้ ดิวตี้ฟรี ( LOTTE DUTY FREE SHOP) สินค้าปลอดภาษีที่มีให้เลือกมากกว่า 500 ชนิด หลายแบรนด์ดัง

จากนั้นจึงมุ่งหน้ากันต่อไปยัง ดาวน์ทาวน์เมืองเชจู แหล่งช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น

11… 3 นะคะ” ให้จำคำนี้ไว้  ไม่ใช่การใบ้หวยของไกด์ แต่เป็นเพราะที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าขนาดใหญ่มีทางออกหลายทาง ทำให้อาจจะเสียเวลากับการเลือกหาซื้อของใช้และอาจจะเกิดการพลัดหลงจนตกเครื่องกลับกรุงเทพในค่ำนี้ก็เป็นได้

เราเดินตามไกด์ “แพรวา”เข้ามาด้านในแหล่งช้อปปิ้ง สิ่งที่เธอชี้คือ 11 เลขประตูจะต้องเข้าและออก โอเคร… เข้าใจ

ถัดไปที่มาของเลข 3 คือ ขึ้นไปที่ชั้น 3 และออกประตู 3 ซึ่งจะพบกับย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองเชจู แหล่งช้อปปิ้งที่ทอดยาวเป็นกิโล ร้านรวงแบรนด์ดังลดราคาเรียกลูกค้าให้น้ำลายสอ บรรยากาศเหมือนกับยกเมียงดงมาไว้บนเกาะกันเลยทีเดียว

… โดยเฉพาะรองเท้ามีให้เลือกแทบจะทุกแบรนด์ …เอ่อ … ว่าแต่ว่า …. ย่านนี้ขอเวลาเยอะหน่อยได้ป่าวคะ

ก็แหม… คุณปลา – พธู ผู้บริหาร ทรู เวิลด์ ทราเวลบอกว่า น้ำหนักขึ้นเครื่องไม่อั้นเจ้าคะ ก็เพราะเราเหมาลำกันมา โอเครคะ … ลุยยยยย

คุณพธู ณ สงขลา

“คำซามีดะ” ขอคำนับสามตลบ

ค่ำนี้แล้วที่คณะของเราจะเหินฟ้ากลับกทม. ด้วยสายการบิน JEJU AIR

ที่เกาะเชจู หากจะมาเยือน เราแนะนำว่า มากับทรู เวิลด์ ทราเวล สะดวกสบายสุดๆ นอกจากจะมากับเครื่องบินเหมาลำที่บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่เกาะเชจูแล้ว ยังรวมถึงทุกอย่าง เป็นทัวร์เต็มรูปแบบ ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร รถบัสนำเที่ยว ไกด์ท้องถิ่น ซึ่งหากมาเองจะต้องบินไปลงที่โซลหรือปูซาน ก่อนจะบินต่อมายังเกาะเชจู ซึ่งเพิ่มคอร์สค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ

… หากต้องการหาประสบการณ์กับการท่องเที่ยวเกาะเชจูอย่างสะดวกสบาย เราเชื่อเหลือเกินว่า ทรู เวิลด์ ทราเวล เป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบและไว้วางใจได้อย่างแน่นอน … เพราะลองมาแล้ว…

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่

Ofiice : 02-286-2732

Hotline : 098-827-7522

Line : @trueworld

Facebook : True World Travel

>>>>>>>>>>>>>>>>>

หมายเหตุ*** ติดตามบทสัมภาษณ์ คุณพธู ณ สงขลา ในหมวด Interviews ได้ใน http://www.btripnews.net/?p=43973