สธ. ยืนยันมาตรฐานการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีของไทย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทางห้องปฏิบัติการของประเทศไทย มีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดและได้มาตรฐาน ผลการตรวจต้องมีความถูกต้องและแม่นยำ โดยประเทศไทยมีนโยบาย และแนวทางการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีที่เป็นมาตรฐานของประเทศ


วันนี้ (4 กรกฎาคม 2562) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยมีการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทางห้องปฏิบัติการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ซึ่งถือเป็นกระบวนการที่สำคัญ ผลการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีต้องมีความถูกต้องและแม่นยำ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีกระบวนการในการควบคุมคุณภาพ ที่กำหนดเป็นนโยบาย 

แนวทางและมาตรฐานการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย ดังนี้ 1.คนไทยทุกคนที่มีบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก สามารถตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง ทุกโรงพยาบาลที่ให้บริการภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ควรตรวจหาเชื้อเอชไอวีหลังจากมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวี เพื่อรู้สถานะการติดเชื้อของตนเอง 
2.ผู้รับบริการต้องได้รับการให้บริการปรึกษาเกี่ยวกับเอชไอวีทั้งก่อนและหลังการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี รวมทั้งการปฏิบัติตนหลังจากทราบผล ไม่ว่าผลจะเป็นลบหรือบวก เพื่อเป็นการป้องกันหรือเข้าสู่ระบบการดูแลรักษา 


3.ชุดตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีที่จำหน่ายในประเทศไทย ต้องผ่านการประเมินและขึ้นทะเบียนโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเอชไอวี พ.ศ.2552 ทั้งนี้ การเลือกใช้ชุดตรวจให้เป็นไปตามคำแนะนำในแนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2560 


4.วิธีการตรวจและการแปลผลที่เป็นมาตรฐานนั้น กรณีรายงานผลเป็นบวกจะตรวจด้วยชุดตรวจ 3 ชุดตรวจ และมีการเจาะเลือดตัวอย่างที่ 2 เพื่อยืนยันตัวบุคคล สำหรับกรณีที่รายงานผลเป็นลบ จะตรวจด้วยชุดตรวจ 1 ชุดตรวจ หากผลเป็น“สรุปไม่ได้” ต้องนัดตรวจใหม่ที่ 2 สัปดาห์ และ/หรือ 1 เดือน กรณีที่ผลเป็นสรุปไม่ได้ อาจเนื่องจากหลายสาเหตุ เช่น ผู้มารับบริการอาจเพิ่งสัมผัสเชื้อมา และร่างกายยังสร้างแอนติบอดี้ไม่ถึงระดับที่ชุดตรวจจะตรวจได้ หรืออาจเกิดจากร่างกายของผู้มารับบริการสร้างสารที่ทำปฏิกิริยากับชุดตรวจบางชุดตรวจที่ทำให้ไม่สามารถแปลผลการตรวจได้ 


5.ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ที่ให้บริการตรวจเอชไอวี มีการควบคุมคุณภาพภายใน ตรวจสอบคุณภาพของชุดตรวจเป็นประจำ ว่ามีคุณภาพก่อนที่จะนำไปใช้ในการตรวจกับตัวอย่างจริงของผู้มารับบริการ ส่วนการควบคุมคุณภาพภายนอก เป็นการตรวจสอบระบบการทำงานของห้องปฏิบัติการ ต้องเข้าร่วมการประเมินโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานอื่นๆ อย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง 


อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ประชาชนทุกคนหันมาป้องกันตนเอง รับผิดชอบตนเองและผู้อื่น โดยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และยังสามารถรับการตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อเอชไอวีได้ฟรีปีละ 2 ครั้ง ส่วนเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ารับการปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้โดยไม่ต้องขอคำยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อจะได้รู้สถานะการติดเชื้อของตนเอง หากรู้ว่าติดเชื้อจะได้เข้ารับการรักษาทันที ถ้าต้องการคำปรึกษาเรื่องสุขภาพทางเพศ มีข้อสงสัยหรือข้อกังวลเกี่ยวกับเอชไอวี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม 1663 สายด่วน สปสช. 1330 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422