“กรไทย” ผงาดรับ “ฮาลาลยอดเยี่ยม PM Award 2017” พร้อมเผยเคล็ดลับ!! ธุรกิจอาหารฮาลาลไทยก้าวไกลสู่ฮาลาลโลก

   

ปัจจุบันธุรกิจอาหารยังคงเป็นกลุ่มที่น่าลงทุน เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มนุษย์ทุกคนจะขาดไม่ได้ แต่อาหารของแต่ละชนชาติ ศาสนา ก็มีความแตกต่างกันไปและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยเฉพาะอาหารของกลุ่มมุสลิมที่ต้องไม่ขัดต่อบัญญัติของศาสนา ที่เรียกว่า "ฮาลาล" ปฏิเสธไม่ได้ว่าสินค้ากลุ่มฮาลาลกำลังเข้ามาทำส่วนแบ่งทางการตลาดจากอาหารประเภทอื่นได้มากขึ้น เนื่องจากประชากรมุสลิมกำลังขยายตัว โดยคาดว่าภายในปี ค.ศ. 2030 จะมีจำนวนมุสลิมทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 26.4 ของจำนวนประชากรทั้งโลก จากปัจจุบันมีอยู่กว่า 2,000 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 25 ของประชากรโลก


ประกอบกับผู้ผลิตอาหารตามหลักฮาลาลยังมีอยู่น้อยราย ทำให้ตลาดเศรษฐกิจฮาลาลเป็นตลาดเกิดใหม่ที่ทรงอิทธิพลและมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วที่สุด โดยตลาดอาหารฮาลาลของไทยเป็นตลาดที่กำลังขยายตัวขึ้นมาเป็นอันดับสามของโลก รองจากตลาดอาหารในประเทศจีน และ อินเดีย


จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์พบว่าประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าอาหารมุสลิมเป็นอันดับที่ 10 ของโลก มีมูลค่า การส่งออกกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี และมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจอาหารหลายเจ้าต้องการตีตลาดนี้ อย่างเช่น บริษัทกรไทย จำกัด ที่มีหัวเรือใหญ่อย่างคุณวัชรลักษณ์ ตัณฑ์สกุล กรรมการผู้จัดการ ผู้ที่เลือกจับธุรกิจอาหารฮาลาลมาตั้งแต่ปี 2525 จนกลายเป็นผู้นำด้านครีมเทียมและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง โดยหวังให้ "กรไทย" หรือ "มือคนไทย" ผลิตอาหารฮาลาลให้มีชื่อเสียงกระฉ่อนโลก ซึ่งก็สามารถทำได้จริงแล้ว


คุณวัชรลักษณ์ ให้ข้อมูลว่าทางครอบครัวมองเห็นทิศทางการขยายตัวของธุรกิจฮาลาลที่มีเพิ่มขึ้น จากสัดส่วนของชาวมุสลิมและพฤติกรรม ที่ต้องการสินค้าอุปโภคและบริโภคไม่ขัดต่อบัญญัติศาสนา โดยเริ่มสังเกตุเห็นจากพฤติกรรมของพนักงานในโรงงานที่เป็นชาวมุสลิม เมื่อจะซื้อสินค้าชนิดใดจะมีการพลิกดูสัญลักษณ์ฮาลาลเสมอ ทำให้นี่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจของตนได้รับมาตรฐานฮาลาล 

อีกทั้งมั่นใจว่าธุรกิจของตนมีความพิเศษกว่าเจ้าอื่นเนื่องจากใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ ต้องเป็นฮาลาลเท่านั้นซึ่งวิธีการที่จะป้องกันการสอดไส้คือการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจจากโรงงาน ทุกสองเดือนจนทำให้มั่นใจว่าเป็นวัตถุดิบที่ได้รับมาตรฐานฮาลาล 100% ก่อนการขอใบรับรองมาตรฐานฮาลาลจากจังหวัดราชบุรีซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิต หลังจากนั้นเมื่อผลิตออกมาเป็นครีมเทียมสำเร็จรูปแล้วก็จะมาขอมาตรฐานฮาลาลและจากกระทรวงพาณิชย์อีกครั้ง 

ซึ่งกว่าจะได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นมาประมาณ ร้อยละ 2 แต่ก็คุ้มค่าและถือว่าเป็นการส่งต่อสินค้าคุณภาพแก่ผู้บริโภคและง่ายต่อการซื้อหา เพราะเมื่อสินค้า มีคุณภาพก็สามารถวางขายตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และขนาดกลางได้ 

จนทำให้ขณะนี้ ยอดขายเพิ่มมากขึ้นโดยในปี 2559 มียอดขาย 2.6 พันล้านบาท มากขึ้นกว่าปี 2558 ที่มียอดขาย 2.4 พันล้านบาท และจากผลการตอบรับที่ดีของผู้บริโภคทำให้มองว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ในทุกปี ไม่ใช่เพียงแค่การจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้น แต่ปัจจุบันบริษัทกรไทยยังได้ขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม UAE ทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดในไทย ต่อต่างประเทศเป็น 60: 40 อีกทั้งยังกำลังได้หารือกับกรมส่งเสริมการส่งออกกระทรวงพาณิชย์เพื่อขยายตลาดไปสู่ประเทศอื่นที่มีความต้องการอาหารฮาลาลด้วย


ไม่ใช่คุณภาพเท่านั้นที่ทางบริษัทจะใส่ใจ แต่รสนิยมการบริโภคของแต่ละประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทางบริษัทนึกถึง เนื่องจากชาวมุสลิมของแต่ละพื้นที่จะนิยมบริโภคอาหารรสชาติที่แตกต่างกันไป โดยครีมเทียมหนึ่งในวัตถุดิบในการชงกาแฟ แต่ในต่างประเทศอาจเป็นมากกว่านั้นเพราะพวกเขานำไปเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร 

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงรสชาติ ความเข้มข้นและกลิ่นของครีมเทียมให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าในออเดอร์ของแต่ละประเทศด้วยนี่จึงเป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของกรไทยที่โดดเด่นกว่าคู่แข่งทำให้บริษัท กรไทย ได้รับรางวัล PM Award  2017 สาขาธุรกิจฮาลาลยอดเยี่ยม จึงเป็นเครื่องหมายที่สามารถการันตีได้ว่าสินค้าของบริษัทได้คุณภาพและประสบความสำเร็จ


“การที่ได้รับรางวัล PM Award 2017 สาขาธุรกิจฮาลาลยอดเยี่ยมในครั้งนี้ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของบริษัทฯ เป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพจากความมุ่งมั่นพัฒนาสินค้ากว่า 35 ปี ที่สามารถส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วโลกได้ และการรับรางวัลในครั้งนี้ยังเป็นแรงสนับสนุนให้บริษัทฯ ได้มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพให้ดียิ่งขึ้นไป” คุณวัชรลักษณ์ กล่าว


แต่อย่างไรก็ตามทางบริษัทฯ ก็ยังไม่หยุดการพัฒนาเนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ แต่มองว่านี่จะเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะทำให้ครีมเทียมสามารถขยายตลาดได้อย่างต่อเนื่องเพราะครีมเทียมไม่ได้เป็นเฉพาะวัตถุดิบในการชงกาแฟเท่านั้นแต่การทำชานมไข่มุกเบเกอรี่ หรือแม้กระทั่งอาหารประเภทอื่นๆ ก็สามารถใช้ครีมเทียมเป็นส่วนประกอบเพื่อให้มีรสชาติที่ดีขึ้นและลงตัวได้


รางวัล PM Award สามารถการันตีคุณภาพของสินค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้ประกอบการที่มีการบริหารงานและมีคุณภาพสินค้าดีเยี่ยมได้รับรางวัลตามแต่ละสาขา ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา เพื่อแสดงถึงภาพลักษณ์ของคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าไทยในตลาดโลก และสนับสนุนพร้อมทั้งให้ความสำคัญแก่ผู้ส่งออกสินค้าและบริการที่มีผลงานดีเด่น มีการริเริ่มและพยายามบุกเบิกตลาดต่างประเทศภายใต้ชื่อทางการค้าของตนเอง 

อีกทั้งมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ของตนเองจนเป็นที่ยอมรับในตลาดโลกรวมถึงทำให้ผู้นำเข้าและผู้ซื้อจากต่างประเทศมีความเชื่อมั่นต่อผู้ส่งออกของไทยที่ได้รับรางวัลอีกด้วย ขณะเดียวกันได้สนับสนุนการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดีให้แก่ผู้ประกอบการที่มีส่วนผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการของประเทศ โดยรางวัลดังกล่าวถือเป็นรางวัลสูงสุดของรัฐบาลที่มอบให้แก่ผู้ส่งออก