กรมควบคุมโรค น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันราชประชาสมาสัย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “ธ ทรงเป็นแรงบันดาลใจจากโรคเรื้อน ก้าวสู่โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม” เนื่องในวันราชประชาสมาสัย ย้ำ โรคเรื้อนรักษาหาย รู้เร็วรักษาทัน ป้องกันความพิการได้


วันนี้ (16 มกราคม 2567) ที่อาคารอาชีวเวชศาสตร์ สถาบันราชประชาสมาสัย จ.สมุทรปราการ นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธานในพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันราชประชาสมาสัย” ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 16 มกราคมของทุกปี ที่ทรงก่อตั้งสถาบันราชประชาสมาสัย และโปรดเกล้าฯ รับโครงการควบคุมโรคเรื้อนเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ด้วยทรงมีราชปณิธานกำจัดโรคเรื้อนให้หมดไปจากประเทศไทย โดยมีคณะผู้บริหารกรมควบคุมโรค คณะผู้บริหารสถาบันราชประชาสมาสัย และคณะกรรมการมูลนิธิราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วม


นายแพทย์นิติ กล่าวว่า โรคเรื้อนเคยเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย ปัจจุบันสามารถกำจัดให้ลดลงได้ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยใน ปี 2566 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 81 ราย ส่วนมากอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ตอนล่าง แม้ว่าแนวโน้มผู้ป่วยรายใหม่จะลดลง แต่สัดส่วนความพิการของผู้ป่วยใหม่ไม่ลดลง สะท้อนให้เห็นถึงการเข้ารับการวินิจฉัยรักษาที่ล่าช้า กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดให้มีการรณรงค์สัปดาห์ราชประชาสมาสัย ระหว่างวันที่ 15-21 มกราคม 2567 โดยมีกิจกรรมสร้างความรู้ความตระหนักเรื่องโรคเรื้อน และเร่งรัดค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ทั่วประเทศ เน้นหนักในพื้นที่ 61 อำเภอ ใน 27 จังหวัด (รวมกรุงเทพมหานคร) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังตรวจพบผู้ป่วยโรคเรื้อน


“แม้สถานการณ์โรคเรื้อนในประเทศไทย มีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่ยังคงมีอยู่คือ ยังพบความพิการในผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยรักษาล่าช้า อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความพิการจากการทำลายเส้นประสาทส่วนปลายคือ ตา มือ และเท้า จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนสังเกตอาการของตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคเรื้อน หากพบว่า ผิวหนังเป็นวงด่าง มีอาการชา มีผื่น หรือตุ่มแดง ไม่คัน ใช้ยากินหรือยาทานานเกิน 3 เดือนแล้ว ยังไม่หาย ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทุกแห่งใกล้บ้าน” นายแพทย์นิติ กล่าว



 
 
 
 


 
 
 


นายแพทย์นิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากความสำเร็จในการกำจัดโรคเรื้อนแล้ว สถาบันราชประชาสมาสัยได้ดำเนินงานทางด้านโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โดยจัดบริการคลินิกเฉพาะทาง และมีส่วนในการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายให้ผู้ประกอบอาชีพ แรงงานนอกระบบและประชาชนที่ได้รับมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมเข้าถึงระบบบริการ และได้รับการดูแลสุขภาพจากหน่วยบริการที่มีมาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนวัยทำงานมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บด้วยโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม

 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422