“พาณิชย์-DITP”แนะจับตา 7 เทรนด์ธุรกิจอาหารเกาหลีใต้ ปี 67

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยแนวโน้มธุรกิจอาหารของเกาหลีใต้ปี 67 มี 7 เทรนด์ที่น่าจับตา ทั้งการบริโภคแบบระมัดระวังการใช้จ่าย การทดลองสินค้าใหม่และแชร์ออนไลน์ อาหารในอดีตกลับมานิยม การสนับสนุนการบริโภคสินค้าท้องถิ่น อาหารและเครื่องดื่มเฉพาะคนการบริโภคอาหารแคลอรีต่ำ และการให้บริการไร้พนักงานแนะผู้ประกอบการไทยศึกษาและนำมาปรับใช้ในการทำตลาด

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ และให้รายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวชนัญญา พรรณรักษา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล เกาหลีใต้ ถึง 7 เทรนด์ในธุรกิจอาหารของเกาหลีใต้ที่น่าจับตามองในปี 2567 และโอกาสในการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการไทย




โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า 7 เทรนด์อาหาร ที่น่าจับตามอง ได้แก่ 1.เทรนด์ระมัดระวังในการใช้จ่าย ที่เป็นผลจากการสูงขึ้นของเงินเฟ้อ ทำให้ผู้บริโภคซื้อชุดอาหารจากร้านสะดวกซื้อหรือทำข้าวกล่องมารับประทาน ส่วนการสั่งอาหาร ก็ไปรับเอง แทนการส่ง นิยมสินค้า Private band (PB) มากขึ้น แม้ลักษณะภายนอกไม่สวยงามเท่ากับสินค้าคุณภาพจากฟาร์ม แต่ด้วยรสชาติที่ใกล้เคียงและราคาถูกกว่า จึงเป็นที่นิยมมากขึ้น
2.เทรนด์รสชาติใหม่ที่น่าสนใจและการสร้างประสบการณ์และเผยแพร่บนช่องทางออนไลน์ เมื่อบริโภคแล้ว มักจะมีการแบ่งปันประสบการณ์ ชี้พิกัดร้านค้า โดยเทรนด์ที่กำลังนิยม เช่น ผลไม้เคลือบน้ำตาล (Tanghulu) และคุกกี้เกาหลียักกวา (Yakgwa) รวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีรสชาติเผ็ดมากยิ่งขึ้น และยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ขนมขบเคี้ยว ชุดอาหารพร้อมปรุง และร้านอาหารแฮมเบอร์เกอร์ชนิดแฟรนไชส์ในรสชาติเผ็ด
3.เทรนด์อาหารทานเล่นในอดีตนำถูกมาปรับให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ (Retro for MZ Generation) ซึ่งนอกจากเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่แล้ว ยังต้องการดึงดูดความสนใจจากผู้ใหญ่ที่เคยมีโอกาสรับประทานด้วย
4.เทรนด์ Loconomy การสนับสนุนเศรษฐกิจในท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะจากแต่ละภูมิภาค เช่น สินค้าเกษตร และยังให้ความสำคัญกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม และ ESG มากขึ้น ซึ่งล่าสุด ได้มีการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาทำอาหารทานเล่น “ต็อก” หรือขนมเค้กข้าว โดยใช้ข้าวจากเมืองอิกซาน หรือ McDonald’s Korea ที่เปิดตัวเบอร์เกอร์และเครื่องดื่มโดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ได้แก่ น้ำส้มจากส้มฮัลลาบงของเกาะเจจู และเบอร์เกอร์ไก่กระเทียม ซึ่งนำกระเทียมมาจากเมืองชางนยอง (Changnyeong) เป็นต้น
5.เทรนด์สูตรอาหารและเครื่องดื่มเฉพาะบุคคล (Customizing Recipe) มีการใช้แนวทางดังกล่าวในหลายเมนูอาหารที่นิยม เช่น แซนด์วิช ชาบูหม่าล่า และคิมบับ ที่ผู้บริโภคเลือกวัตถุดิบตามความชอบส่วนตัวได้ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นิยมผสมตามความชอบส่วนตัว ได้แก่ วิสกี้ไฮบอล และโทนิควอเตอร์
6.เทรนด์ Healthy Pleasure เป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลลอรีต่ำ แต่ยังคงความอร่อยเหมือนเดิม เช่น เครื่องดื่มไร้น้ำตาล อาหารที่เน้นโปรตีน
7.เทรนด์การบริการแบบไร้พนักงาน ร้านอาหารและร้านค้าต่าง ๆ ได้นำระบบการบริการแบบไร้พนักงาน โดยใช้หุ่นยนต์หรือเครื่องให้บริการอัตโนมัติแทนมากขึ้น เนื่องจากเงินเดือนขั้นต่ำของแรงงงานได้เพิ่มขึ้นและสถานการณ์ขาดแคลนแรงงาน


“จากเทรนด์การบริโภคทั้ง 7 เทรนด์ข้างต้น ถือเป็นแนวโน้มการบริโภคในปี 2567 ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะบุกเจาะตลาดเกาหลีใต้ ต้องติดตามแนวโน้มของสังคม ลักษณะประชากร และความชอบของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อจะได้สามารถรองรับและผลิตสินค้าที่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขยายความหลากหลายของสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ใหญ่จนถึงกลุ่มผู้บริโภค Gen MZ หรือกลุ่ม Gen Millenials หรือ Gen Y จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกได้มากขึ้น”นายภูสิตกล่าว


สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169