บางมดเอสเธติค เตรียมเปิด “ศูนย์เฉพาะทางศัลยกรรมดึงหน้า” ปั้นไทยสู่ศูนย์กลางศัลยกรรมความงามระดับเอเชีย
โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามภายใต้เครือโรงพยาบาลบางมด ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี เตรียมเปิดตัว “ศูนย์เฉพาะทางศัลยกรรมดึงหน้า” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านศัลยกรรมความความงามที่มีมากขึ้น ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยและการรักษาระดับรพ.ชั้นนำ ตลอดจนการพัฒนาแนวทางการออกแบบใบหน้าเฉพาะบุคคล เพื่อเตรียมปั้นไทยสู่ศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้าระดับเอเชีย
การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับบริการสู่ Medical Hub ด้านศัลยกรรมดึงหน้าในระดับเอเชีย โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งที่มีประสบการณ์สูง และได้รับความไว้วางใจจากผู้รับบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค (Bangmod Aesthetic Hospital) กล่าวว่า “การดึงหน้าในยุคปัจจุบันไม่ใช่เพียงการยกกระชับ แต่คือการวางแผนและออกแบบโครงสร้างใบหน้าใหม่อย่างมีหลักการ เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับลักษณะโครงสร้างใบหน้าเดิมของแต่ละบุคคล ซึ่งจะทำให้ใบหน้ามีความอ่อนเยาว์ลง และดูไม่แปลกตา สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการผสมผสานองค์ความรู้เชิงลึก ประสบการณ์ของแพทย์ และการเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละเคสอย่างแท้จริง โดยศูนย์ดึงหน้าเฉพาะทางแห่งนี้จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรวมทุกองค์ประกอบสำคัญไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด การวางแผนการรักษา การให้บริการระดับพรีเมี่ยม ไปจนถึงการดูแลหลังการผ่าตัดภายใต้มาตรฐานและความปลอดภัยระดับโรงพยาบาลชั้นนำ เพราะเราเชื่อว่าศักยภาพและฝีมือของแพทย์ไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และประเทศไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักด้านศัลยกรรมความงามของเอเชียในอนาคต”
ศูนย์ดึงหน้าเฉพาะทางของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียดก่อนการผ่าตัด การเลือกใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ไปจนถึงการดูแลโดยทีมบุคลากรทางการแพทย์ภายใต้มาตรฐานโรงพยาบาลชั้นนำ ที่สำคัญมีการนำเทคนิคการผ่าตัดขั้นสูงมาใช้อย่างเหมาะสมในแต่ละเคส โดยล่าสุดทาง รพ.บางมดเอสเธติค ได้ผสานการดึงหน้าโดยใช้เทคนิค Deep Plane Facelift และ Triple SMAS ซึ่งจะช่วยยกกระชับใบหน้าในชั้นลึกได้มากขึ้น ร่วมกับการเติมไขมัน (Fat Grafting) เพื่อให้ใบหน้าดูเติมเต็มและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
สอดรับกับแนวโน้มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูดีอย่างยั่งยืน (Longevity) ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการมีสุขภาพดีจากภายใน หรือการดูดีจากภายนอกเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่คือการดูแลตัวเองอย่างองค์รวมควบคู่กันไปทั้งสองมิติ โดยโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคเชื่อว่า การสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว พร้อมยกระดับมาตรฐานการศัลยกรรมความงามด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์จะทำให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลได้อย่างแท้จริง




