ShowTimeUpdate Newsท่องเที่ยว B Tripสกู๊ปพิเศษแหล่งเที่ยวไลฟ์สไตล์

“ใจได้ ก็เที่ยวได้” เมื่อวัยเก๋า ร่วมเล่าขาน ตำนานวิถี ที่ สุโขทัย … กำแพงเพชร

นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่ ?ผู้เขียนจำไม่ได้แน่ชัดที่ร่วมเดินทางไปกับชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยวและคณะนักท่องเที่ยววัยเก๋า ซึ่งแต่ละครั้งก็มีเรื่องราวเล่าความทรงจำ เอามาบันทึกกันทุกครั้งไป ต่างกาล… ต่างสถานที่ ต่างความประทับใจ จนผูกพันธ์ราวกับคนครอบครัวเดียวกัน

เช่นเดียวกับครั้งนี้ แต่ก็มีพิเศษกว่าตรงที่ว่า นอกจากผู้หลักผู้ใหญ่วัยเก๋าที่คุ้นชินกันแล้ว ยังมีหลายภาคส่วนที่เข้ามาให้การสนับสนุนจนเกิดการเดินทางที่สมบูรณ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางผู้บริหารของจังหวัดสุโขทัย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย กำแพงเพชร องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( อพท.)สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร  และชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ( ช.ส.ท.) คณะกรรมการและสมาชิกสื่อมวลชน กับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “สุขทันที… ที่เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร” ระหว่างวันที่ 19 – 22 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา รวม ๆ ห้าสิบกว่าชีวิตที่ร่วมผจญภัยด้วยกัน

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น หลายครั้งที่เราเดินทางไปพร้อมกับคณะนักท่องเที่ยววัยเก๋า ( อีกไม่นานก็คงจะวัยเรานี่แหล่ะ ) แต่ละท่านหกสิบอัพกันแทบทั้งหมด ( แม้จะมีแซมแทรกอายุไม่ถึงมากันบ้างประปราย )กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับคำนิยามว่า Active Silver Age หรือ กลุ่มท็อปฟอร์ม ที่ททท. เรียกขาน ซึ่งไม่ผิดเลยหากจะเรียกขาน คุณ ๆ ในกลุ่มนักเดินทางที่มาร่วมงานกับช.ส.ท.ในแต่ละครั้ง ขอบอกแต่ละท่านแอคทีฟ กระฉับกระเฉง ว่องไวกว่าเราทีมงานที่อายุน้อยกว่าซะด้วยซ้ำ แม้บางท่านร่างกายจะเคลื่อนไหวได้ไม่ทันแรงใจก็ตาม

Day 1

เรื่องเล่าบทใหม่เริ่มขึ้น

…. เราเริ่มนัดหมายกันตั้งแต่ตะวันยังไม่โผลพ้นฟ้า จนกระทั่งหกนาฬิกาล้อก็เริ่มหมุน ตามกำหนดการเดินทาง มุ่งหน้าไปยังจังหวัดสุโขทัยกันก่อนจะเลาะลงมาปิดทริปกันที่จังหวัดกำแพงเพชร

…เสียงจากไมค์ด้านหน้ารถ เริ่มทำงาน พี่พจน์ – พจน์ โพธิ์ศรี” และ” พี่หนุ่ย – นงลักษณ์ อินทรารุณ”สองดีเจรายการวิทยุชื่อดังสมาชิกชมรมฯ ที่มารับหน้าที่ไกด์กิติมศักดิ์ บนรถโค้ชสองชั้นขนาดใหญ่ เริ่มบอกเล่าถึงเส้นทางและสิ่งจะได้ไปสัมผัสตลอดทริป

พี่แอ๊ว – วรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ( ช.ส.ท. ) ได้กล่าวว่า  หน้าที่ของสื่อมวลชนคือการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สิ่งที่ดีงามต่าง ๆ ออกไปให้เป็นที่รู้จัก พี่น้องคนไทยเองรวมทั้งนักท่องเที่ยวทั่วโลก เราภูมิใจกับผืนแผ่นดินไทยทุกที่ โดยเฉพาะวันนี้เรามาที่จังหวัดสุโขทัยและกำแพงเพชร เพื่อที่จะประกาศให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงศักยภาพของที่นี่

โดยนำคณะกรรมการบริหารชมรม ฯ สมาชิกสื่อมวลชนจากหลากหลายสำนัก รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยววัยเก๋า เดินทางร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัด ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชุมชน และธรรมชาติ”

 โรงนา คาเฟ่

หลังจากฝ่าการจราจรตลอดเส้นทางสายหลัก พหลโยธิน ละเรื่อยขึ้นมา ผ่านจังหวัดต่างๆ จนกระทั่งมาถึงจังหวัดกำแพงเพชร  ในช่วงเที่ยงวัน ช.ส.ท. พาคณะแวะทานอาหารกันที่ โรงนา คาเฟ่” ร้านอาหารที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วถึงความเหมาะสมทั้งปวง ทั้งบรรยากาศ สถานที่ที่สามารถรองรับกรุ๊ปทัวร์ และที่สำคัญอาหารอร่อย

โดยร้านแบ่งพื้นที่ออกเป็น สองโซน มีโซนด้านในห้องแอร์เปิดจำหน่ายกาแฟและเบเกอรี่ด้วย โซนนั่งชิลๆ รับลมช่วงเย็น และถัดไปเป็นที่ถ่ายภาพกับแพะที่เลี้ยงเอาไว้สำหรับสันทนาการ

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

หลังจากนั้นก็เริ่มเดินทางกันต่อจนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทางที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย รถรางสำหรับพาชมอุทยานฯ รอท่าอยู่แล้ว นำโดย ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) สำนักงานสุโขทัย กำแพงเพชร

หากดูจากเอกสาร ที่พบทั้งแบบเปเปอร์และแบบออนไลน์ จะมีมากมายที่บอกถึงความสำคัญเอาไว้ เราขอคัดมาเพียงบางส่วนละกัน โดยอาณาจักรสุโขทัยเริ่มต้นประวัติศาสตร์ มีหลักฐานชัดเจนในสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์(พ่อขุนบางกลางหาว พ.ศ.1781 – 1822)ต่อมาอาณาจักรสุโขทัยเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช อำนาจของอาณาจักรสุโขทัยในช่วงรัชสมัยของพระองค์มีความมั่นคงจากทรงแผ่อาณาเขตออกไปโดยรอบ วัฒนธรรมไทยได้เจริญขึ้นทุกสาขา ดังปรากฎในศิลาจารึกหลักที่ 1 ราชวงศ์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (พระร่วง หรือ สุโขทัย) ได้ปกครองอาณาจักรสุโขทัยสืบต่อมาเป็นเวลา 200 ปี ก็ถูกรวมเข้ากับ อาณาจักรอยุธยา

ผังเมืองสุโขทัยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูเมืองอยู่ตรงกลางกำแพงเมืองแต่ละด้าน ภายในยังเหลือร่องรอยพระราชวัง และวัดมากถึง 26 แห่ง

วัดที่ใหญ่ที่สุดคือวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ ได้รับการปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปากร ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากองค์การยูเนสโก

 

ปี 2534 องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้อุทยานแห่งนี้เป็นแหล่งมรดกโลก ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และ อุทยานประวัติศาตร์ศรีสัชนาลัย ภายใต้ชื่อว่า เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) เนื่องจากสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นนับเป็น ตัวแทนของศิลปกรรมไทยยุคแรกและเป็นต้นกำเนิดของการสร้างประเทศไทย

นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมได้ทั้งแบบเดินเท้า ปั่นจักรยาน หรือจะนั่งรถรางไฟฟ้าเหมือนที่คณะของเรานั่งก็สะดวก

หลังจากเที่ยวชมแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญเรียบร้อย ก็ได้เวลาเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้เราพักกันที่ Legendha Sukhothai โดยพี่นพมานพ ยังประเสริฐ จีเอ็ม และเจ้าของโฮมสเตย์บ้านมะขวิด รอคอยให้การต้อนรับ

โรงแรมที่ค่ำคืนนี้มีงานเลี้ยงรับคณะฯ  ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พันเอกนาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( อพท.) สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) สำนักงานสุโขทัย กำแพงเพชร ร่วมให้การต้อนรับผู้มาเยือนอย่างอบอุ่น 

Day 2

วัดตระพังทอง

เริ่มวันใหม่ด้วยอากาศเย็นสบาย  ฟ้าโปร่งใส ทุกคนตื่นกันพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อไปรับพลังบวก “ตักบาตรรับอรุณ สะพานบุญสุโขทัย “ ทางพี่แอ๊ววรางคณา ประธานชมรม และพี่ณาอุษณา เลขา ได้นัดหมายจัดเตรียมชุดถวายสำหรับให้คณะ ฯ ใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์เอาไว้เรียบร้อย ซึ่งวัดแห่งนี้อยู่ห่างจากโรงแรมที่พักเพียงไม่ถึงสองกิโล

วัดตระพังทอง มีพื้นที่ติดต่อกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย นอกจากจะอยู่ไม่ไกลจากที่พักแล้ว ยังรายล้อมไปด้วย ตลาดสด ชุมชนเก่า และวัฒนธรรมวิถี และเกาะกลางน้ำ

โดยเฉพาะการทำบุญตักบาตรที่บริเวณสะพานบุญที่ทอดยาวสู่เกาะกลางน้ำอันเป็นที่ตั้งของเจดีย์ประธานโบราณสถาน  ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เจดีย์ทรงระฆังก่อด้วยอิฐและโบสถ์สีขาว เก่าแก่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี

และแล้วเวลาที่รอคอยก็หยุดลง ในช่วงเวลาประมาณหกโมงสิบห้านาที ภายหลังจากการสวดมนต์เช้าภายในโบสถ์ ภิกษุสงฆ์ทยอยข้ามสะพานบุญจากโบสถ์เกาะกลางน้ำ เดินบิณฑบาตไปยังบริเวณชุมชนใกล้เคียง อันเป็นกิจวัตรประจำ ที่ปรากฎให้เห็นจนคุ้นชิน หากแต่งดงามและชวนประทับใจแก่ผู้มาเยือน

ขณะที่บริเวณใกล้เคียงมีร้านรวง เปิดแผงจำหน่ายข้าวปลาอาหารสำหรับทำบุญเอาไว้บริการ ถุงละยี่สิบ – สามสิบบาท แล้วแต่ชนิดของอาหาร มีทั้งของหวานของคาว ผลไม้ น้ำขวด ไม่ต้องกังวลหากไม่ได้ตระเตรียมมาก็หาซื้อได้จากฝั่งตรงข้ามสะพานบุญ

…เสื่อยางผืนยาวปูรองนั่ง โตกน้อยโตกใหญ่ตั้งตระเตรียมไว้จัดวางชุดอาหาร คาวหวาน ช่อดอก กระเช้าไม้ เรานั่งพับเพียบตั้งท่า ขณะที่บ้างก็ชันเข่า บ้างก็นั่งเก้าอี้ด้วยเพราะแพ้พ่ายต่อไขข้อของวัยตน

…เสียงสวดให้พรจากคณะสงฆ์สิบกว่ารูปตรงหน้า ดังก้องสะพานบุญ สะพานไม้ที่มีความยาวเพียงไม่กี่ร้อยเมตร แต่ดูจะเป็นเหมือนดั่งสายใยยึดโยง …สานใย ความรักแรงศรัทธาและความสามัคคีของผู้คนชาวชุมชน

… จึงไม่น่าแปลกใจว่า การทำบุญตักบาตรสะพานบุญรับอรุณแห่งความสุข ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด หากมีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดสุโขทัย ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นตามความหมายของคำว่าสุโขทัย ที่มาจากคำว่า สุขะ + อุทัย ซึ่งหมายถึง รุ่งอรุณแห่งความสุข

 พระอจนะ วัดศรีชุม

หลังตักบาตรรับอรุณ อิ่มบุญกันถ้วนหน้าก็กลับมาทานอาหารเช้าที่โรงแรม พร้อมตระเตรียมเช็คเอาท์เพื่อเดินทางกันต่อ

ทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว นำสัมภาระลงมาเช็คเอาท์เลยคะ เราจะไปนอนจังหวัดกำแพงเพชรกันสองคืนคะ” 

สิ้นเสียงเจ้าหน้าที่ (ซึ่งก็คือ สื่อมวลชน เหล่าสมาชิก ชมรมช.ส.ท. ที่มาช่วยกันทำหน้าที่ดูแลคณะทัวร์)  แต่ละคนก็แยกย้ายสาละวนจัดการกับภารกิจส่วนตัว จนได้เวลาตามนัด

บรรดา แม่ พ่อ ป้า ลุง ก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนรถโค้ชกันอย่างพร้อมเพรียง ทำเอาเจ้าหน้าที่อย่างเราเขินกันเลยทีเดียว

ใช่… ท่าน ๆ มากันก่อนเวลาซะอีก… ป๊าด ด ด ด

… ว่าแล้วก็เดินทางกันต่อ ก่อนจะออกจากจังหวัดสุโขทัย อีกหลายจุดที่น่าสนใจ วัดศรีชุม คือหนึ่งในหมุดหมายต่อไปของคณะเรา

วัดศรีชุม เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย ตั้งอยู่ห่างจากวัดพระพายหลวงไปทางทิศตะวันตกประมาณ 800 เมตร อยู่นอกกำแพงเมืองเก่าสุโขทัยทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ คำว่า “ศรี” มาจากคำพื้นเมืองของไทยคำว่า “สะหลี” หมายถึง “ต้นโพธิ์” เมื่อมารวมกันเป็น “ศรีชุม” จึงหมายถึง “ดงต้นโพธิ์”

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของวัดแห่งนี้ก็คือวิหารเก่าแก่ เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายมณฑป ไม่มีหลังคา เพราะพังทลายลงมาหมด มีการสันนิษฐานว่าหลังคานั้นมีลักษณะเป็นรูปโค้งคล้ายโดม เมื่อไม่มีหลังคาจึงเหลือแค่เพียงผนังสี่ด้าน มีการก่ออิฐถือปูนอย่างแข็งแรงมั่นคง ไม่มีหน้าต่าง

ต้องบอกว่า อลังการ อลังการมากๆ แม้จะเคยเข้าไปสักการะองค์อจนะเมื่อหลายปีก่อน แต่ทุกครั้งที่มาก็ยังประทับใจกับความอลังการของ องค์พระ ที่วัดแห่งนี้

บางคนเรียกว่า พระพูดได้ เพราะเป็นกุศโลบายตั้งแต่อดีตสมัยมีการสู้รบ ตำนานเล่าว่า พระนเรศวร ทรงใช้ช่องลับด้นหลังองค์พระส่งเสียงปลุกขวัญกำลังใจทหาร ทำให้เกิดเรื่องเล่าพระพุทธรูปพูดได้”  ผจก.อพท.  พันเอกนาวิน ปรีชาพณิชยกุล เล่าให้ฟังขณะเดินพาเราไปดูยังช่องเล็กๆ สำหรับเดินขึ้นไปยังกำแพงโบสถ์ ปัจจุบันไม่สามารถขึ้นไปได้เนื่องจากชำรุดแล้ว

 หอพระพุทธสิริมารวิชัย

รถรางค่อยๆ พาเราไปต่อยัง หอพระพุทธศิริมารวิชัย” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปโบราณที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก ค้นพบครั้งแรกที่วัดใหม่ในเขตเมืองเก่าสุโขทัยก่อนจะถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดราชธานีและถูกเรียกจากประชาชนว่า หลวงพ่องามหรือหลวงพ่อสุโขทัย จนปี 2511 เกิดไฟไหม้เหลือเพียงส่วนเศียรและส่วนพระหัตถ์ที่รอดจากไฟไหม้ จึงได้นำตัวองค์พระที่ถูกไฟไหม้ที่ยังพอรักษาได้มาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติรามคำแหง ต่อมากรมศิลปากรได้ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ให้งบบูรณะซ่อมแซมและเริ่มสร้างหอพระขึ้นใหม่ ปี 2535

ที่โดดเด่นนอกเหนือจากองค์พระแล้ว เรื่องราวจากภาพจิตรกรรมฝาผนังก็ถือเป็นหนึ่งจุดที่น่าติดตาม แสดงถึงวิถีชีวิตคนในอดีตสมัยสุโขทัย และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทุกภาพจิตรกรรมล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในอดีต

หอพระพุทธสิริมารวิชัย เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่ 08.30-16.00 น.

เนค สเตชั่น อะแฮ่ม ใช้ภาษาปะกิตนิดหน่อย หลังจากถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกกันแล้ว ก็เดินทางกันต่อไปยังกำแพงเพชร ณ พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชร เฉลิมพระเกียรติ

มองนาฬิกา เข็มบ่งบอกเวลาให้ได้รู้ว่าเที่ยงแล้ว  คณะกว่าห้าสิบชีวิต กระจายกันนั่งใต้อาคารเรือนไทย ภายในพิพิธภัณฑสถานฯ ที่ถูกจัดสรรให้เป็นสถานที่ทานอาหารกลางวัน เป็นอาหารพื้นถิ่นที่น่าสนใจ รวมถึงอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดมาแนะนำ ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวบะหมี่แห้งขึ้นชื่อจาก ร้านเตี๋ยวเต่า หรือ แกงเขียวหวาน แกงขี้เหล็กสุดอร่อย และ…. เพียบ

ทั้ง ท่องเที่ยวจังหวัด อพท. ททท. กรุณาจัดสรรอาหารพื้นถิ่นแสนอร่อยให้เราลิ้มลอง บอกว่าเลยว่า …สุดยอด คะท่าน

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

หลังอิ่มแปลพุงปลิ้น ก็ได้เวลาขึ้นรถรางเที่ยวกันต่อเพื่อเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ดูซิว่าแตกต่างกับสุโขทัยแค่ไหน

เป็นไงบ้าง… อาหารอร่อยมั๊ยคะ” เราหันไปถามลูกทัวร์วัยเก๋าผู้ร่วมทางที่กำลังก้าวเท้าขึ้นรถราง

สุดยอดมาก ๆ ”  หนึ่งในคณะลูกทัวร์จากสโมสรโรตารี่ พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้หนึ่งครั้ง

ท่านใดเรียบร้อยแล้ว ขึ้นรถรางได้เลยคะ”  คราวนี้น้องเจ้าหน้าที่ อพท.และอุทยานฯ ส่งเสียงตามโทรโข่งตัวน้อย ค่อยๆ เกณฑ์คณะของเราขึ้นรถอีกครั้ง

ตลอดทาง เราได้เห็นถึงมรดกอันยิ่งใหญ่ของเมืองโบราณลุ่มแม่น้ำปิงที่มีกลุ่มโบราณสถานหลายแห่ง ให้ได้ชื่นชมกับศิลปกรรมไทยในยุคแรกๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ โดยโบราณสถานที่สำคัญภายในเขตกำแพงเมือง เช่น วัดพระแก้ว วัดพระธาตุ และวัดกลางนคร

และโบราณสถานที่สำคัญนอกเขตกำแพงเมือง เช่น วัดพระนอน วัดพระสี่อิริยาบถ วัดช้างรอบ และวัดอาวาสใหญ่ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรนอกจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แล้ว ยังได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย สถานที่แห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนจังหวัดกำแพงเพชร

นั่งรถรางชมสถานที่ต่างๆ ก่อนจะแวะเข้าทำกิจกรรมจากชุมชนท่องเที่ยวหนองปลิง

ที่นี่เราได้ทำเวิร์คช็อปทำผ้ามัดย้อมจากดินศิลาแลงธรรมชาติ  โดยเทศบาลเมืองหนองปลิง กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่นักท่องเที่ยวหากสนใจก็สามารถติดต่อทำกิจกรรมได้ แต่ต้องติดต่อล่วงหน้า ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักในการทำกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์มาจากสีของดินศิลาแลงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กางเกง กระเป๋า พวงกุญแจ และอื่นๆ

วัดหนองปลิง

นอกจากผลิตภัณฑ์จากการย้อมดินศิลาแลงแล้ว ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของดินศิลาแลงที่นี่ ทำให้ชาวชุมชนนำผงศิลาแลงมาก่อสร้างโบสถ์ โดยใช้หินศิลาแลงในการสร้างจากแนวคิดของหลวงพ่อสีหนาทหรือพระครูวิเชียรธรรมนาท เจ้าอาวาสรูปแรก

เดิมสถานที่บริเวณนี้เคยเป็นที่พักรบ ซ้อมรำดาบของสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาก่อน

ภายในวัด ประกอบด้วย อาคารขนาดใหญ่สามชั้น ชั้นแรกเป็นห้องพักสำหรับผู้มาอาศัยปฏิบัติธรรม ชั้นที่ ๒ เป็นห้องสำหรับประกอบพิธีบุญ และชั้นที่ ๓ เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่ใช้อบรมสัมมนา

จุดเด่นของวัดหนองปลิง คือ โบสถ์ศิลาแลง ที่ใช้หินศิลาแลงในการสร้าง เพราะศิลาแลงเป็นวัสดุขึ้นชื่อของกำแพงเพชร ดั่งคำขวัญจังหวัดท่อนหนึ่งว่า “ศิลาแลงใหญ่” โดยให้ช่างผู้ชำนาญเป็นคนแกะสลักศิลาแลงเป็นลวดลายต่างๆ ที่ประณีต

ปัจจุบันวัดหนองปลิงเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกำแพงเพชร โบสถ์ที่วัดหนองปลิง สร้างด้วยศิลาแลงจากหินธรรมชาติทั้งหลัง จนกลายมาเป็น โบสถ์ศิลาแลง แห่งเดียวในโลก แกะสลักลวดลายเกี่ยวกับพุทธศาสนาอย่างงดงามบนเนินเขา

พระประธานภายในโบสถ์ เป็นพระพุทธเจ้าเงินไหลมา รูปแบบศิลปะหมวดกำแพงเพชรแบบพระพุทธสิหิงส์ เนื้อเงินบริสุทธิ์ทั้งองค์ ขนาดหน้าตักกว้าง 32 นิ้ว

DAY 3

ชุมชนนครชุม

เข้าสู่วันที่เราจะไปรู้จักกับจังหวัดกำแพงเพชรให้มากขึ้นโดยใช้รถรางไฟฟ้าเป็นพาหนะตลอดทั้งวัน เริ่มจากการเข้าสักการะศาลหลักเมืองเพื่อเป็นสิริมงคลแก่คณะ

ศาลพระอิศวร 

หลังจากนั้นจึงเริ่มกิจกรรมเวิร์คช็อปประดิษฐ์ดอกไม้จากใบเตยที่ อพท.ได้ตระเตรียมเอาไว้ให้

รถรางพาเราตระเวนไปตามสถานที่ต่างๆ มากมาย รอบๆ พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก บ้านห้าง ร.5 วัดสว่างอารมณ์ พระบรมธาตุนครชุม ตลาดย้อนยุค เป็นต้น

กำแพงเพชรเป็นหนึ่งในพื้นที่พัฒนาการท่องเที่ยว โดย สำนักท่องเที่ยวโดยชุมชน ( สทช.) หน่วยงานที่ทำหน้าที่ร่วมกับพื้นที่พิเศษเพื่อการพัฒนาศักยภาพชุมชนและเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการการท่องเที่ยวในชุมชนของตนเอง และมีองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( องค์การมหาชน ) หรือ อพท.เป็นตัวกลางประสาน ส่งเสริมและสนับสนุน จนเกิดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่พร้อมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัส

เดี๋ยวเราจะไปชมตลาดย้อนยุคนครชุมกันคะ รถรางจะผ่านไปตามตลาดย่านบ้านไม้ มีโรงหนังเฉลิมมหานครโรงหนังเก่าที่หลายคนสามารถแวะเข้าไปถ่ายภาพได้”  “พันเอกนาวิน” ผู้จัดการ อพท. และทีม แนะนำเราตลอดเส้นทาง

วัดพระบรมธาตุนครชุม

ที่นี่ อพท.จัดการแสดงด้านหน้า องค์พระบรมธาตุนครชุม ทางวัฒนธรรมชุมชนนครชุมต้อนรับด้วยเครื่องแต่งกายสวยงาม ส่วนดอกไม้จากใบเตยที่ทำจากมือของเราเอง ให้นักท่องเที่ยวได้นำมาสักการะองค์พระธาตุนครชุม

วัดพระบรมธาตุนครชุม หรือ วัดพระบรมธาตุเจดียาราม นี้ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร โดยเป็นวัด พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ภายในมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา ที่พญาลิไททรงประดิษฐานไว้เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1900 ทำให้ชาวกำแพงเพชร มีความศรัทธาต่อองค์พระธาตุ

 

นอกจากนี้ยังจัดให้วิทยากรพานักท่องเที่ยวเดินเวียนรอบองค์พระบรมธาตุเพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วย

 วัดสว่างอารมณ์

หลังทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อย ทาง อพท. พาเราขึ้นรถรางอีกครั้งเพื่อไปต่อยังปากคลองสวนหมาก หลังจากผ่านชุมชนชากังราว เราก็เดินเท้ากันต่อ ที่วัดสว่างอารมณ์ สร้างด้วยศิลปะแบบพม่าผสมไทย ภายในมีพระพุทธรูปสำคัญคือ หลวงพ่ออุโมงค์ พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนขนาดใหญ่ที่สุดของกำแพงเพชร

และเมื่อเดินข้ามสะพานเล็กๆ ด้านหลังวัดสว่างอารมณ์ผ่านคลองสวนหมาก จะถึง ศูนย์เรียนรู้ทางวัฒนธรรม ตลาดโบราณนครชุม ซึ่งในวันนี้มีการจะจัดเวิร์คช็อป ทำขนมจีบแป้งสดและข้าวตอกอัดกันแล้ว ยังจัดการแสดงพื้นบ้าน โดยชุมชนท่องเที่ยวไตรตรึงษ์ ระบำ ก.ไก่ 1 เดียวในโลก ซึ่งได้รับรางวัล PATA GOLD AWARDS ให้ชมอีกด้วย

ไม่ไกลกัน จะพบ บ้านห้าง ร. 5 บ้านพ่อค้าสมัยรรัชกาลที่ 5 เรียกว่า บ้านห้าง ร. 5 หรือ บ้านพะโป้ เป็นบ้านไม้สองชั้นเก่าแก่ ตำนานแห่งการทำไม้ของพะโป้นายฮ้อยพะโป้ พ่อค้าไม้คนสำคัญ ณ ป่าคลองสวนหมาก ซึ่งเป็นป่าไม้สักที่สำคัญของเมืองกำแพงเพชร บ้านหลังนี้สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง รูปแบบไทยผสมตะวันตก ซึ่งเป็นบ้านที่พะโป้ซื้อต่อมาจากพระยารามเจ้าเมืองกำแพงเพชร เพื่อใช้เป็นสำนักงาน บริหารกิจการไม้ ควบคุมเส้นทางการชักลากไม้ออกจากป่าคลองสวนหมาก แล้วลำเลียงผูกเป็นแพ ล่องลงไปยังนครสวรรค์ อันเป็นชุมทางการค้าไม้ที่สำคัญในเขตภาคเหนือตอนล่าง

นอกจากเรือนหลังใหญ่แล้วยังมีเรือนบริวารอีกหลายหลัง มีโรงช้างมีบ่าวไพรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งคนไทย มอญ ลาวและกะเหรี่ยง โดยแบ่งพื้นที่ทำกินและให้อาศัยอยู่บริเวณรอบๆ บ้าน

บ้านที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของพะโป้นั้น ตั้งอยู่บริเวณปากคลองใกล้กับบ้านห้างฯ มี 10 หลังเป็นบ้านทรงไทย บ้านห้างฯ อายุกว่าร้อยปี สถานี่ทำการค้าไม้ในอดีต มีเรื่องราวของพะโป้ ผู้บูรณะและนำยอดฉัตรจากเมืองมะละแหม่ง ประเทศพม่ามาประดิษฐานไว้บนยอดพระบรมธาตุนครชุม สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชาวนครชุม

DAY 4

น้ำตกคลองลาน

“กำแพงเพชร” ไม่ได้มีดีแค่วิถีวัฒนธรรม ชุมชนโบราณและอุทยานประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็น่าเที่ยวเช่นกัน อย่างน้ำตกคลองลาน เป็นน้ำตกที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติคลองลาน เดินทางสะดวก ระยะห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ถึงน้ำตกก็เพียง 200 เมตร เดินเท้าเข้าไปนิดเดียวก็สามารถสัมผัสกับน้ำตกขนาดใหญ่แห่งนี้ ซึ่งมีความสูงถึง 1439 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นน้ำตกที่เกิดจากเทือกเขาขุนคลองลาน เขาคลองขลุงและเขาคลองสวนหมาก

… สายน้ำจากเบื้องผาชั้นบน ไหล ซู่ ซู่ อย่างอหังกา ละอองฝอยกระเซ็นซ่านตามแรง หลายคนปีนป่ายสู่ขอนไม้ใหญ่เพื่อสัมผัสให้ใกล้ที่สุดเท่าที่มนุษย์ตัวเล็กจะทำได้ ขณะที่บางคนเลือกจะจมจ่อมอยู่กับบรรยากาศริมลำธารรับกระไอเย็นเท่านั้น

คณะของเราจบทริปกัน ณ น้ำตกแห่งนี้

…. สมาชิกสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งทำหน้าที่บันทึกเรื่องราวและดูแลคณะทัวร์วัยเก๋าอย่างขะมักเขม้น ( จริง จริ๊ง )  แม้หลายครั้งจะไม่ทันฝีก้าวของคุณลุงคุณป้าวัยเก๋ากันสักเท่าไหร่ 555 ตลอด 4 วัน 3 คืน ที่เราโดดลงรถโค้ช ก็จะเห็น นักท่องเที่ยวของเรารวมกลุ่มก๊วนชูมือถือเต๊ะท่าถ่ายรูปกันแล้ว

ทุกเช้าอยู่บ้าน พี่ต้องขยับแข้งขยับขาออกกำลังกาย มาเที่ยวก็เหมือนออกกำลังกาย ได้เห็นที่ใหม่ๆ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ด้วย อยู่บ้านทำไม ออกไปเที่ยวดีกว่า ”

ใช่ ใช่ …. สุขทันที ที่เที่ยวกับ ช.ส.ท.”  ก๊วนวัยเก๋ากล่าว

ปลื้มซิคะ  อิอิ

คนส่งสารอย่างเรา ๆ กับภารกิจที่จะช่วยกันบอกเล่าสีสันของเมืองต่างๆ  ไปยังผู้คน ไปกระตุ้นใจ กระตุ้นต่อมสุข เพื่อหวังให้คนไทยออกมาเดินทางกันเยอะๆ ยังไม่เท่ากับการได้เห็นได้เป็นส่วนหนึ่งของการร่วมเก็บบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความเอื้ออารีย์ที่มอบให้แก่กันและกันระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะได้เห็นสุขภาพที่แข็งแรงของคณะลูกทัวร์แต่ละท่าน

บอกเลย… แข็งแรงจริง ๆ

ว่าแล้ว…. คนส่งสารอย่างเรา ๆ ก็ เริ่มเลยละกัน

. เอ้า..”อั๊พ แอ๊น ด๊าว –  อั๊พ แอ๊น ด๊าว” 

…………….

นาริฐา จ้อยเอม เรื่องและภาพ 

ขอขอบคุณ

นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

พันเอกนาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( อพท.) สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร

ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) สำนักงานสุโขทัย กำแพงเพชร

นายสมชาย ชมภูน้อย ที่ปรึกษา ช.ส.ท.

สมาชิกชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว