ททท. ผนึกกำลังผู้จัดงานอีเวนต์ชั้นนำทั่วประเทศ เดินหน้าสู่ “Event Hub Destination 365 Days”ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางเทศกาลและความบันเทิงระดับนานาชาติ
15 มิถุนายน 2569 — การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าสร้างความร่วมมือครั้งสำคัญกับผู้จัดงานอีเวนต์ (Event Organizers) และพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางและบูรณาการความร่วมมือสู่การเป็น “Event Hub Destination 365 Days” หรือศูนย์กลางด้านความบันเทิงและเทศกาลระดับนานาชาติของภูมิภาค พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่มีชีวิตชีวาตลอดทั้งปี และขับเคลื่อนตัวชี้วัดเศรษฐกิจการเดินทาง (Travel Economy) อย่างเป็นระบบ
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วย นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว นายทวีเดช ทองอ่อน ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม พร้อมคณะผู้บริหารและทีมงานฝ่ายกิจกรรม รวมถึงพันธมิตรภาคเอกชนจากอุตสาหกรรมอีเวนต์และการท่องเที่ยว
การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับประเทศไทยจากแนวคิด “Tourism Economy” หรือเศรษฐกิจการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม สู่ “Travel Economy” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางคุณภาพสูงจากทั่วโลก ผ่านกิจกรรม เทศกาล และประสบการณ์ที่หลากหลายตลอด 365 วัน ภายใต้แนวคิด “ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี”
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนสู่การเป็น Event Hub Destination 365 Days ททท. และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันกำหนด 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่
1. World Class Infrastructure
ยกระดับและปรับโฉมสถานที่จัดงานอีเวนต์ในพื้นที่ศักยภาพทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ใจกลางเมือง เพื่อรองรับการจัดงานระดับนานาชาติและสร้างประสบการณ์ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน
2. Global Megafestivals Ecosystem
ผลักดันการดึงดูดและสร้างสรรค์เทศกาลระดับโลกให้เข้ามาปักหมุดในประเทศไทย พร้อมสนับสนุนเทศกาลไทยให้เติบโตสู่เวทีสากล สร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
3. Digital & AI Integration
สนับสนุนนโยบายภาครัฐในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “Amazing Thailand 365 วัน มหัศจรรย์เมืองน่าเที่ยว” โดยนำ Generative AI มาใช้ในการวางแผนการเดินทาง แนะนำกิจกรรม และจัดทำปฏิทินอีเวนต์ตลอดทั้งปี
4. Global Best Practices
ยกระดับมาตรฐานการจัดงานสู่ระดับสากล ทั้งด้านการบริหารจัดการฝูงชน (Crowd Management) ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบคมนาคมขนส่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วมงาน และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ทั้งนี้ ททท. ได้กำหนดกรอบการสนับสนุนกิจกรรมและเทศกาลออกเป็น 3 ระดับ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ได้แก่
• World Events กิจกรรมระดับโลกที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง อาทิ Songkran World Water Festival และ Maha Loy Krathong
• National Events กิจกรรมระดับประเทศที่ส่งเสริมการเดินทางข้ามภูมิภาค ช่วยเพิ่มระยะเวลาการพำนักและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว
• Regional Events กิจกรรมระดับภูมิภาคที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เชื่อมโยงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ
การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านเทศกาลและความบันเทิงระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ทุกภูมิภาค และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในระยะยาวอย่างยั่งยืน
#AmazingThailand #traveleconomy #eventhubthailand #FeelAllTheFeelings #Healingisthenewluxury









