gadget / ไอทีUpdate Newsธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บี.กริม ผนึกกำลังครั้งสำคัญร่วม ไอเน็ต ตั้งบริษัทร่วมทุน “บี.กริม ไอเน็ต” พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีครบวงจรรายแรก

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำการผลิตไฟฟ้าสำหรับภาคอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและผู้ให้บริการโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรม และ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ไอเน็ต ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และคลาวด์ระดับประเทศ ประกาศการจัดตั้ง บริษัท บี.กริม ไอเน็ต จำกัด (B.Grimm INET) โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมให้สามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก

ปัจจุบันความต้องการโซลูชันดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่มุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate) ในนิคมฯ มากกว่า 80 แห่ง ซึ่งครอบคลุมโรงงานกว่า 5,400 แห่งทั่วประเทศให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล โดยตั้งเป้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบสาธารณูปโภค พลังงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเศรษฐกิจภายในนิคมฯ ซึ่ง บี.กริม ไอเน็ต จะเข้ามาตอบโจทย์นโยบายดังกล่าวโดยตรง ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจร อาทิ การจัดการพลังงาน สิ่งแวดล้อมและระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ แพลตฟอร์มติดตามและควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระบบความปลอดภัยคลาวด์ และ AI เป็นต้น

โซลูชันทั้งหมดมีความยืดหยุ่น สามารถขยายตามการเจริญเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ทุกภาคส่วน ยิ่งไปกว่านั้น แพลตฟอร์มและโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดจะถูกพัฒนาและบริหารจัดการภายในประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านข้อมูลและอธิปไตยดิจิทัล (Digital Sovereignty) ตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ บี.กริม ไอเน็ต เป็นบริษัทร่วมทุนที่ ดำเนินการผ่าน บริษัท บี.กริม บียอนด์บริดจ์ จำกัด (บริษัทย่อย ของ บี.กริม เพาเวอร์) และ บริษัท แมนดาลา คอมมูนิเคชั่น จำกัด (บริษัทในเครือของไอเน็ต)

นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชัน ธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บี.กริม บียอนด์บริดจ์ ก่อตั้งขึ้นด้วย พันธกิจที่ชัดเจน คือการส่งมอบโซลูชันที่มากกว่าไฟฟ้า ผ่านการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure-as-a-Service หรือ DIaaS) เพื่อเชื่อมโยงพลังงานเข้ากับดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ซึ่ง บี.กริม มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการไฟฟ้ากับกลุ่มอุตสาหกรรมมานานกว่า 30 ปี โดยความร่วมมือกับ ไอเน็ต ซึ่งเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลแบบครบวงจรในประเทศไทยมากว่า 31 ปี ในการก่อตั้งบริษัท บี.กริม ไอเน็ต จำกัด ถือเป็นก้าวสำคัญของพันธกิจดังกล่าว เพื่อสร้างรากฐานดิจิทัลที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน บนโครงสร้างพื้นฐานที่บริหารในประเทศ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนิคมฯ และโรงงานต่างๆ ในการลดค่าใช้จ่ายและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว

นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แมนดาลา คอมมูนิเคชั่น มีความพร้อมในการนำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล และเทคโนโลยีมาร่วมสร้างสิ่งใหม่ให้กับ “บี.กริม ไอเน็ต” ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่บริษัทร่วมทุน แต่คือผู้ให้บริการดิจิทัลที่มีความมั่นคงปลอดภัยในระดับสากล บริหารด้วยความเชี่ยวชาญในประเทศและพร้อมขยายตัวควบคู่ไปกับทิศทางของเทคโนโลยีโลกบนพื้นฐานที่ไว้วางใจได้

บี.กริม ไอเน็ต มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ที่แตกต่างจากผู้ให้บริการดิจิทัลรายอื่นๆ ด้วย 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

  1. ความน่าเชื่อถือระดับประเทศ:จาก บี.กริม ผู้ดำเนินธุรกิจในไทยมา 148 ปี และ ไอเน็ต ผู้เชี่ยวชาญ ด้านดิจิทัลและคลาวด์ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ในระดับประเทศทั้งด้านพลังงานและดิจิทัล
  2. การผสานพลังงานเข้ากับดิจิทัล:การหลอมรวมเทคโนโลยีปฏิบัติการด้านพลังงานและอุตสาหกรรม (Operational Technology) เข้ากับเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) อย่างไร้รอยต่อ เกิดเป็น One-stop Solution รายแรกในตลาด
  3. ผู้นำการลดคาร์บอนด้วยดาต้า:ไม่เพียงแค่ติดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนผ่าน Dashboard แต่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมบรรลุเป้าหมาย Net Zero ผ่านพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน และแพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ
  4. ความคล่องตัวเชิงพาณิชย์:ด้วยข้อเสนอทางธุรกิจที่ยืดหยุ่นสามารถปรับตามขนาดของนิคมฯ พร้อมเครือข่ายพันธมิตรที่กว้างขวางจากทั้งสององค์กร ช่วยให้ส่งมอบโซลูชันและสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว

โดยหนึ่งในโครงการแรกที่ บี.กริม ไอเน็ต จะเดินหน้าคือเพิ่มขีดความสามารถของนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย อาทิ

  • Smart Flood Alert ระบบแจ้งเตือนน้ำท่วมล่วงหน้าอัจฉริยะผสาน AI กับข้อมูลพยากรณ์อากาศแบบเรียลไทม์ พร้อมเชื่อมต่อระบบปั๊มระบายน้ำอัตโนมัติ
  • Smart Trafficตรวจจับและบันทึกป้ายทะเบียนยานพาหนะเข้า-ออก แจ้งตำแหน่งยานพาหนะในภายในนิคม เพิ่มความปลอดภัยและ ประสิทธิภาพการจราจร
  • Green House GasTracking ติดตามและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์ รองรับมาตรฐาน ESG ระดับสากล
  • Smart Water บริหารจัดการคุณภาพน้ำและระบบบำบัดอัตโนมัติด้วยAI พร้อมระบบแจ้งเตือนและออกบิลอัตโนมัติ
  • Smart Process ยกระดับการบริหารจัดการภายในนิคมด้วยDigital Workflow, การใช้ AI ในการวิเคราะห์และรับข้อมูลคำร้อง ปัญหาต่างๆ Ticket Analytics และการทำสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ E-contract เป็นต้น