Update Newsสังคมสังคม/CSRสุขภาพไลฟ์สไตล์

รามาธิบดีสร้างประวัติศาสตร์แพทยศาสตรศึกษาไทย คว้า 3 รางวัล ASPIRE 2026 บนเวทีโลก

เชื่อมความเป็นเลิศด้านหลักสูตร อาจารย์ และความรับผิดชอบต่อสังคม

มุ่งต่อยอดการยอมรับระดับนานาชาติสู่ประโยชน์ของผู้ป่วยและระบบสุขภาพไทย

กรุงเทพมหานคร 2 กันยายน 2569 ห้อง 910C ชั้น 9 อาคารเรียนและปฏิบัติการรวมด้านการแพทย์และโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี — คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สร้างประวัติศาสตร์ที่เป็นหมุดหมายสำคัญของแพทยศาสตรศึกษาไทย ด้วยการได้รับรางวัลความเป็นเลิศ ASPIRE to Excellence Awards 2026 จาก สมาคมแพทยศาสตรศึกษานานาชาติ The International Health Professions Education (AMEE) จำนวน 3 สาขา ได้แก่ Curriculum Development (การพัฒนาหลักสูตร), Faculty Development (การพัฒนาอาจารย์) และ Social Accountability (ความรับผิดชอบต่อสังคม) โดยเข้ารับรางวัลเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ในการประชุมวิชาการระดับโลก The AMEE Conference 2026 ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย

ความสำเร็จครั้งนี้ต่อยอดจากรางวัล Student engagement ด้านการมีส่วนร่วมของนักศึกษา ในปี 2565 ทำให้รามาธิบดีได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจาก ASPIRE แล้วใน 4 สาขา สะท้อนการพัฒนาการศึกษาที่เชื่อมโยงผู้เรียน หลักสูตร อาจารย์ และความต้องการของสังคมเข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายปลายทางอยู่ที่คุณภาพของแพทย์และการสร้างประโยชน์ต่อประชาชนไทย สังคมไทยและนานาชาติ

ความภาคภูมิใจของรามาธิบดี โอกาสร่วมยกระดับการแพทย์ไทย

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของอาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ศิษย์เก่า ชุมชน และเครือข่ายหลายรุ่น อีกทั้งเป็นโอกาสนำบทเรียนจากประเทศไทยไปแลกเปลี่ยนกับนานาชาติ และนำความรู้กลับมาร่วมพัฒนาแพทยศาสตรศึกษาและระบบสุขภาพของประเทศ

ความเป็นเลิศที่โลกยอมรับ ต้องกลับมาเป็นคุณภาพชีวิตที่คนไทยสัมผัสได้ นี่คือความหมายที่แท้จริงของรางวัลครั้งนี้

คณบดีเน้นว่า สิ่งที่ประชาชนได้รับจากการพัฒนาแพทยศาสตรศึกษา รามาธิบดี คือแพทย์ที่มีความรู้ มีทักษะทางการแพทย์และวิจัย มีวิจารณญาณ มีคุณธรรม สามารถสื่อสารและเข้าใจบริบทของผู้ป่วย ทำงานร่วมกับทีมสุขภาพ สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพ สร้างประโยชน์ให้สังคมไทยและนานาชาติ การต่อยอดรางวัลจึงต้องมุ่งสู่การปฏิบัติและติดตามผล รามาธิบดีจะไม่หยุดพัฒนาการศึกษาแต่จะใช้โอกาสในการได้รับรางวัลต่อยอดโดยเฉพาะขยายสู่ระดับนานาชาติ

 

ASPIRE: การยอมรับความเป็นเลิศจากผู้ทรงคุณวุฒินานาชาติ

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สามารถ ภคกษมา รองคณบดีฝ่ายการศึกษา อธิบายว่า ASPIRE to Excellence Awards เป็นโครงการของ สมาคมแพทยศาสตรศึกษาและการศึกษาวิชาชีพสุขภาพนานาชาติ The International Health Professions Education (AMEE) ที่ยกย่องความเป็นเลิศทางการศึกษา มีการประเมินโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทรงคุณวุฒินานาชาติ เป็นการส่งเสริมให้สถาบันพัฒนาการศึกษาสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานการรับรองระดับสากลขึ้นไป

คุณค่าของ ASPIRE ไม่ได้มีเพียงรางวัลยกย่อง แต่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ของการก้าวข้ามมาตรฐานการรับรองหลักสูตรระดับสากลสู่ความเป็นเลิศด้านการศึกษา โดยประเมินจากผู้เชี่ยวชาญนานาชาติแสดงถึงความมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่องยั่งยืน

Curriculum Development: สร้างแพทย์ Change agent ที่มีทักษะการแพทย์ คิดวิเคราะห์เป็นและเปลี่ยนแปลงได้

ศาสตราจารย์ นาวาเอก นายแพทย์อนันต์ โฆษิตเศรษฐ อดีตรองคณบดีฝ่ายการศึกษาระดับปริญญา ผู้แทนสาขา Curriculum Development กล่าวว่า หลักสูตรรามาธิบดีมุ่งสร้างแพทย์ที่เป็น Change Agent หรือผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง โดยให้ความสำคัญกับการคิดอย่างเป็นระบบ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การใช้กระบวนการวิจัย การทำงานเป็นทีม การเรียนรู้ตลอดชีวิต เปลี่ยนแปลงปรับตัว รับมือกับอนาคตได้ มีสุขภาวะทางกายและใจที่เข้มแข็งและมีคุณธรรมจริยธรรมวิชาชีพแพทย์ที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง การพัฒนาครอบคลุมทั้งการออกแบบพัฒนาหลักสูตร วิธีสอน การประเมินผล สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ สิ่งสนับสนุนการเรียรู้รายบุคคล และ มีระบบการประเมินและพัฒนาหลักสูตรที่ยั่งยืนตอบสนองต่อความต้องการของสังคม

หลักสูตรคือพิมพ์เขียวในการสร้างแพทย์ ระบบนิเวศน์ในการเรียนรู้หล่อหลอมความเป็นวิชาชีพแพทย์ จึงไม่ได้มุ่งให้บัณฑิตเพียงจำความรู้ได้ แต่ต้องคิดเป็น เข้าใจผู้ป่วย เปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพให้ดีขึ้น และรับมือกับสถานการณ์ใหม่ๆในอนาคตได้

 

Faculty Development: พัฒนาอาจารย์เพื่อพัฒนาแพทย์รุ่นต่อไป

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เทอดพงศ์ ทองศรีราช หัวหน้าโครงการจัดตั้งศูนย์วิจัยและนวัตกรรมการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ กล่าวว่า หัวใจของ Faculty Development คือการมองการพัฒนาอาจารย์เป็นเส้นทางต่อเนื่อง ไม่ใช่กิจกรรมอบรมที่จบลงในห้องเรียน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมในการเป็นครู การให้คำปรึกษาและข้อมูลป้อนกลับ การพัฒนาการสอนและการประเมิน ไปจนถึงการสร้างงานวิจัย นวัตกรรม และผู้นำทางการศึกษา

ทิศทางที่ต้องการต่อยอด คือการเชื่อมการพัฒนาอาจารย์กับปัญหาการเรียนรู้จริง สนับสนุนให้เกิดการนำไปใช้และแลกเปลี่ยนบทเรียนกับสถาบันอื่นโดยเฉพาะโรงเรียนแพทย์ขนาดเล็กที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ ให้ความสำคัญในการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการศึกษาใหม่ๆอย่างต่อเนื่องออกสู่ภายนอกและสู่นานาชาติ เพื่อพัฒนาภายในสถาบันและสนับสนุนให้สถาบันอื่นๆได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิตแพทย์สร้างประโยชน์ได้กว้างกว่าสถาบันเดียว

ความสำเร็จด้านการพัฒนาอาจารย์ของรามาธิบดี มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เราต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป พร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงเรียนแพทย์ที่ก่อตั้งใหม่ เพื่อประโยชน์ของการพัฒนาการแพทย์ไทยในภาพรวม และสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการศึกษาใหม่ๆระดับนานาชาติ

Social Accountability: ความเป็นเลิศต้องตอบโจทย์ประชาชนและสังคม

อาจารย์ นายแพทย์ภาณุวิชญ์ แก้วกำจรชัย อาจารย์สาขาวิชาวิทยาระบบสุขภาพ และผู้แทนสาขา Social Accountability กล่าวว่า พันธกิจของโรงเรียนแพทย์ต้องเชื่อมการศึกษา การวิจัย และการบริการสุขภาพเข้ากับความต้องการด้านสุขภาพของประชาชน ซึ่งรวมถึงกลุ่มเปราะบาง รามาธิบดีได้ขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวผ่านการศึกษาของเวชศาสตร์ชุมชน การเรียนรู้ศาสตร์วิทยาระบบสุขภาพ งานวิจัยของคณาจารน์และนักศึกษาที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และความร่วมมือด้านระบบสุขภาพและนโยบายสุขภาพ

ความสำเร็จของสถาบันการแพทย์มิได้วัดจากสิ่งที่เกิดขึ้นภายในรั้วสถาบัน หากแต่วัดจากคุณูปการที่สถาบันของเรามีต่อสังคม

ตัวอย่างการมีส่วนร่วมที่สะท้อนพันธกิจนี้ คือทีมผู้ร่วมเขียนใบสมัครด้าน Social Accountability จำนวน 12 คน ซึ่งมีนักศึกษาแพทย์ 9 คน และแพทย์นักวิจัยรุ่นใหม่อีก 2 คน บทบาทดังกล่าวเชื่อมการมีส่วนร่วมของนักศึกษาเข้ากับการทำงานเพื่อสังคม ไม่ได้จำกัดผู้เรียนไว้เพียงผู้รับการถ่ายทอดความรู้

Student Enagement: นักศึกษาในฐานะเสาหลักผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาของคณะฯ

พญ.ชวิศา เตี่ยนซื่อ และ นักศึกษาแพทย์เสกสรร ยอดสนิท อดีตประธานสภานักศึกษาแพทย์รามาธิบดี และผู้แทนสาขา Student Engagement กล่าวว่า ที่รามาธิบดี เราถือว่านักศึกษามิได้เป็นเพียง “ผู้รับการศึกษา” แต่เป็น “partner” ในการพัฒนาการศึกษาแพทยศาสตร์ร่วมกับคณะฯ การมีส่วนร่วมของนักศึกษาจึงมิใช่กิจกรรมเสริมนอกหลักสูตร แต่เป็นเสาหลักที่สามของการจัดการศึกษา เคียงคู่ไปกับความเป็นเลิศด้านหลักสูตรและความเป็นเลิศของคณาจารย์ ทั้งสามเสานี้ทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือการหล่อหลอมให้นักศึกษาแพทย์เติบโตเป็น Change Agents หรือผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ระบบสุขภาพและสังคม

หัวใจสำคัญของความมุ่งมั่นนี้ คือสภานักศึกษาแพทย์รามาธิบดี (RAMSC) ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของนักศึกษาทุกชั้นปี และมีโครงสร้างการทำงานครอบคลุมทั้งด้านวิชาการ สุขภาวะ การพัฒนาองค์กร กิจการภายนอก และการสื่อสารองค์กร ในระดับยุทธศาสตร์ คณะฯ เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้หารือกับคณบดีและผู้บริหารโดยตรงในเวทีสัมมนานักศึกษา–คณาจารย์ประจำปี

ความสำเร็จเกิดจากปัจจัยที่คณะฯ ร่วมกันสร้างมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดใจรับฟัง การสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากผู้บริหาร วิสัยทัศน์ร่วมกันระหว่างนักศึกษาและคณาจารย์ การวางระบบให้การมีส่วนร่วมเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ก้าวต่อไป: ทิศทางและวิสัยทัศน์การจัดการศึกษารับมือการเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต

รองศาสตราจารย์ ดร. แพทย์หญิงปองทอง ปูรานิธี รองคณบดีฝ่ายการศึกษาระดับปริญญา เปิดเผยถึงแนวทางการพัฒนาหลักสูตรที่มุ่งผลิตแพทย์ที่มีความพร้อมรอบด้าน สมดุลทั้งความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และความเป็นมนุษย์ บนรากฐานความสำเร็จ 60 ปีแห่งความร่วมมือ

คุณลักษณะสำคัญของแพทย์แห่งอนาคต รามาธิบดีมุ่งสร้างแพทย์ที่ไม่เพียงโดดเด่นด้านการรักษาและการวิจัย แต่ยังพร้อมรับมือกับสังคมไร้พรมแดน ได้แก่:

  • ความพร้อมประยุกต์ใช้ความรู้: สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ที่คาดการณ์ไม่ได้และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้ระบบสุขภาพ
  • คุณธรรมและสุขภาวะ: เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณาหัวใจความเป็นมนุษย์มีสุขภาวะกาย-ใจที่แข็งแกร่ง
  • การใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ: สามารถควบคุมและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์(AI) และสารสนเทศทางคลินิกได้อย่างเหมาะสมและมีจริยธรรม

นวัตกรรมการศึกษาเพื่อผู้เรียนรายบุคคล เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของนักศึกษาแพทย์ รามาธิบดีได้ขับเคลื่อน 2 แนวทางหลัก:

  1. Personalized Education: เปิดโอกาสให้นักศึกษาออกแบบการเรียนตามความสนใจทั้งรายวิชาเลือกเสรีและ โครงการ 7 ปี 2 ปริญญา ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น ปริญญาโทวิศวกรรมชีวการแพทย์, การจัดการ, เวชศาสตรปริวรรต (Translational Medicine) รวมถึงการศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยระดับโลกในสหราชอาณาจักร (Cambridge, UCL, London School of Hygiene and Tropical Medicine)
  2. Precision Education: นำข้อมูลสารสนเทศและAI มาวิเคราะห์และติดตามความก้าวหน้าของนักศึกษาเพื่อให้การสนับสนุนการเรียนรู้ได้ตรงจุดเฉพาะบุคคลและทันท่วงที ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ คณะฯ ยังสนับสนุนทุนวิจัย การนำเสนอผลงานต่างประเทศ และทุนแลกเปลี่ยนระดับนานาชาติผ่านโครงการ “ต้นกล้ารามาธิบดี” อย่างต่อเนื่อง

มุ่งสู่สากลเพื่อประโยชน์ของระบบสุขภาพไทย รศ. ดร. พญ. ปองทอง กล่าวสรุปว่า ความสำเร็จและรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้คณะฯ มุ่งมั่นพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยั่งยืน โดยเป้าหมายสูงสุดคือการผลิตแพทย์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วย ชุมชน และระบบสุขภาพ พร้อมนำการแพทย์ไทยก้าวไกลสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างแท้จริง