LOI กระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคท่องเที่ยวและบริการ เปิดโอกาส “ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง”ออกมาเที่ยวไทย ชู “Transit Experience”
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึก กระทรวงคมนาคม โดย กรมท่าอากาศยาน สมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย การบินไทย บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนาม LOI เปิดโอกาส “ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง”ออกมาเที่ยวไทย เชื่อมการเดินทางสู่การใช้จ่าย กระจายรายได้ และยกระดับไทยสู่ Aviation & Tourism Hub
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนาม หนังสือแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือ (Letter of Intent: LOI) เรื่อง “การกระตุ้นเศรษฐกิจภาค การท่องเที่ยวและการบริการของประเทศไทย” โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย 4 หน่วยงาน : นายกฤษ พัฒนสาร นายกสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย นายวิชญ์ กิจจาทร ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รักษาการ ผู้จัดการบริษัท โรงแรมท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ จำกัด และ รศ.ดร.ดุลย์พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีดาพงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมลงนามความร่วมมือ ฯ
ณ ห้องประชุมราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม
การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งเปลี่ยน “เวลารอระหว่างเที่ยวบิน” ให้เป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจ” เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transfer Passenger) และผู้โดยสารรอต่อเที่ยวบิน (Transit Passenger) สามารถเดินทางออกจากท่าอากาศยานเพื่อท่องเที่ยว สัมผัสอาหาร วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว สินค้า และประสบการณ์ของประเทศไทยในช่วงเวลาระหว่างการต่อเที่ยวบิน พร้อมเชื่อมโยง “สนามบิน – เมือง – แหล่งท่องเที่ยว – ผู้ประกอบการ” เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่ธุรกิจและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ททท. เล็งเห็นว่าผู้โดยสารที่เดินทางผ่านประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียง “ผู้โดยสารที่รอเที่ยวบิน” แต่สามารถเป็น “นักท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสประเทศไทย” ได้ในช่วงเวลาที่มีอยู่ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการเชื่อมศักยภาพด้านการบินเข้ากับศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายและมูลค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน โดยมุ่งเปลี่ยนทุกช่วงเวลาของการรอให้เป็นโอกาสในการค้นพบประเทศไทย และสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการไทย
ภายใต้กรอบความร่วมมือ ททท. จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการประสานและบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ท่าอากาศยาน สายการบิน ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege เพื่อพัฒนาสิทธิประโยชน์และแนวทางอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารกลุ่ม Transfer และ Transit Passenger รวมถึงออกแบบเส้นทางและเมนูประสบการณ์ท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับระยะเวลารอเปลี่ยนเครื่อง โดยคำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัย และการเดินทางกลับมาต่อเที่ยวบินได้อย่างมั่นใจ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลและระบบสนับสนุนให้เกิดการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Journey) ตั้งแต่ท่าอากาศยานสู่แหล่งท่องเที่ยวและกลับมาต่อเที่ยวบิน ตลอดจนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และธุรกิจบริการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยาน
ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Aviation Hub และ Tourism Hub ของภูมิภาค โดยใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้ง โครงข่ายการบิน และศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าจากการเดินทางผ่านประเทศไทย ในระยะแรกที่จะมุ่งพัฒนาสิทธิประโยชน์และ “Transit Experience” ที่เหมาะสมกับระยะเวลาการต่อเที่ยวบิน เช่น City Express, Food Express, Wellness Express พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มการใช้จ่าย กระจายรายได้ และสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายแก่ผู้เดินทาง อันจะนำไปสู่การยกระดับประเทศไทยสู่ High-Value & Meaningful Destination และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระดับภูมิภาคและสากลอย่างต่อเนื่อง
#AmazingThailand
#กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
#ท่องเที่ยวและบริการ
#การท่องเที่ยวไทย
#ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว #คมนาคมเพื่อการท่องเที่ยว














