จากบ้านที่จมน้ำ สู่แสงสว่างแห่งความหวัง ภารกิจวิศวกรและช่างไฟฟ้าจิตอาสา คืนความปลอดภัยให้ชุมชนคลองจั่น–ร่มเกล้า กรุงเทพมหานคร
“น้ำลดแล้ว ไม่ได้หมายความว่าอันตรายจะหมดไป” เพราะภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังน้ำท่วม อาจไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะปลั๊กไฟ สวิตช์ไฟ สายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เคยจมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งอาจเกิดความเสียหายต่อฉนวนไฟฟ้า การกัดกร่อน หรือกระแสไฟฟ้ารั่ว หากนำกลับมาใช้งานโดยไม่ได้รับการตรวจสอบและซ่อมแซมอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่อันตรายจากไฟฟ้าดูด ไฟฟ้าช็อต และเพลิงไหม้ภายหลังน้ำลดได้
ภัยจากระบบไฟฟ้าหลังน้ำท่วมจึงเป็นความเสี่ยงร้ายแรงที่อาจคร่าชีวิตประชาชน แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะผ่านพ้นไปแล้ว และเป็นเหตุผลสำคัญที่วิศวกรไฟฟ้าและช่างไฟฟ้าจิตอาสาหลายร้อยชีวิต ต้องเร่งลงพื้นที่ฟื้นฟูระบบไฟฟ้าให้ประชาชนกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่ความสูญเสียครั้งใหม่จะเกิดขึ้น
วันที่ 3–4 ตุลาคม 2569 ภารกิจเริ่มต้นที่พื้นที่คลองจั่น กรุงเทพมหานคร ครอบคลุมแฟลตคลองจั่น 30 อาคาร บ้านเรือนและร้านค้า 161 หลัง และอาคารภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อีก 3-4 อาคาร โดยระดมวิศวกรไฟฟ้าและช่างไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา และการเคหะแห่งชาติ รวมกว่า 250 คน เข้าตรวจสอบและฟื้นฟูระบบไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ภารกิจขยายสู่พื้นที่ร่มเกล้า โดยทีมจิตอาสาจาก กฟผ. เข้าดำเนินการฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในชุมชนหลังคาขาวกว่า 100 หลังคาเรือน ก่อนระดมกำลังครั้งใหญ่อีกครั้งในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ครอบคลุม 6 ชุมชนในพื้นที่ร่มเกล้า รวมถึงชุมชนฟื้นนคร หลังคาเขียว และหลังคาแดง เพื่อฟื้นฟูบ้านเรือนที่ประสบภัยน้ำท่วมสูงถึงระดับปลั๊กไฟอีก 192 หลังคาเรือน โดยมีจิตอาสาจาก กฟภ. กฟน. มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกสมโภชกรุงเทพมหานคร และช่างจากการเคหะแห่งชาติ รวมกว่า 220 คน ร่วมปฏิบัติภารกิจ
เบื้องหลังภารกิจครั้งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทาย ทั้งข้อจำกัดด้านเวลา สภาพพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เส้นทางเข้าชุมชนที่คับแคบและมีรถเก็บขยะกีดขวาง ทำให้การขนส่งอุปกรณ์และเข้าถึงบ้านเรือนเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะเดียวกัน การตรวจสอบและเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงชีวิตของผู้พักอาศัย
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุด คือหัวใจของผู้เสียสละ วิศวกรและช่างไฟฟ้าจิตอาสาหลายคนเดินทางมาจากต่างพื้นที่ บางคนบ้านของตนเองยังถูกน้ำท่วมขัง แต่กลับเลือกเดินทางมาช่วยเหลือบ้านของผู้อื่นก่อน บางคนต้องทิ้งภารกิจส่วนตัวและครอบครัวไว้เบื้องหลัง เพื่อร่วมทำงานท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อย โดยไม่หวังค่าตอบแทน และไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชนแม้แต่บาทเดียว
นี่จึงไม่ใช่เพียงภารกิจซ่อมปลั๊กไฟหรือเปลี่ยนสวิตช์ไฟ แต่คือภารกิจปกป้องชีวิตประชาชนจากภัยเงียบหลังน้ำท่วม ทุกจุดที่ได้รับการตรวจสอบ ทุกอุปกรณ์ที่ได้รับการซ่อมแซม และทุกระบบไฟฟ้าที่กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย ล้วนหมายถึงการลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมคืนความมั่นใจให้ครอบครัวที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังภัยพิบัติ
ภารกิจครั้งนี้ดำเนินการภายใต้การอำนวยการร่วมของ การเคหะแห่งชาติ และมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานด้านพลังงานไฟฟ้า วิศวกรรม สถาบันอาชีวศึกษา และเครือข่ายจิตอาสาทุกภาคส่วน สะท้อนพลังความร่วมมือที่เปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ให้กลายเป็นความช่วยเหลือที่จับต้องได้สำหรับประชาชน
“น้ำท่วมอาจทำให้บ้านเรือนเสียหาย แต่ไม่อาจทำให้น้ำใจของคนไทยเหือดแห้ง เพราะสิ่งที่พวกเราร่วมกันซ่อมแซม ไม่ใช่เพียงสายไฟ ปลั๊กไฟ หรือสวิตช์ไฟ แต่คือความปลอดภัยของชีวิต ความหวัง และรอยยิ้มของพี่น้องประชาชน”
เมื่อแสงไฟในบ้านกลับมาสว่างอีกครั้ง สิ่งที่สว่างขึ้นพร้อมกัน คือความหวังของผู้ประสบภัย และหัวใจของสังคมไทยที่ไม่ทอดทิ้งกัน
เรียบเรียงโดย ดร.วสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์
เลขาธิการมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา/ผู้อำนวยการโครงการฟื้นฟูน้ำท่วม คลองจั่น-ร่มเกล้า






