“ภาคิน พลอยภิชา” สองทศวรรษของ..ดิ โอเอซิส สปา

จาก The Oasis Spa สู่ rlax.me 

ไลน์ธุรกิจนวดเดลิเวอรี่ ที่พร้อมโตแบบ worldwide  


โควิด – 19 โรคระบาดที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง การปรับตัว การสูญเสีย และการสร้างสรรค์ในเชิงธุรกิจวิถี กับการระบาดที่เกิดขึ้นหลายครั้งของสถานการณ์ดังกล่าว และยังไม่มีทีท่าว่าเมื่อใดจะจบลง หลายธุรกิจ ล้มหายตายจาก หลายธุรกิจปรับตัวและก้าวต่อ หลายธุรกิจเริ่มต้นแตกหน่อขยายไลน์ เช่นเดียวกับ The Oasis Spa

ดิ โอเอซิส สปา สถานประกอบการด้านสปาที่มีชื่อเสียง ขึ้นชื่อด้วยมาตรฐานการตกแต่งสถานที่ที่สวยงาม มาตรฐานการนวดของเทอราปิส มาตรฐานการบริการ ความสะอาดและความปลอดภัย ที่ตอกย้ำประโยคที่ว่า....  ไม่ใช่แค่เพียงประสบการณ์สปา แต่เหนือกว่าด้วยบริการ

จุดเริ่มต้นของ แบรนด์ The Oasis Spa 

แต่กว่าจะเป็นดิ โอเอซิส สปา ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่าสองทศวรรษ วันนี้เผชิญกับบททดสอบการบริหารจัดการอีกครั้งของ "ภาคิน พลอยภิชา" วัย 49 ผู้ก่อร่างสร้างแบรนด์ จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เขาจะนำพาธุรกิจไปในทิศทางใด ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาด โควิด – 19 ที่ทำให้ธุรกิจชะงักแทบจะทุกสาขาทั่วประเทศ 

B tripnews จะพาไปพบกับหนุ่มวัย 49 ผู้บริหาร ดิ โอเอซิส สปา ภายใต้ชุดลำลองในวันสบายๆ ณ  Café De Oasis หนึ่งในธุรกิจร้านอาหารของเขา ซึ่งปัจจุบันกระแสตอบรับมากขึ้นเมื่อปรับพื้นที่เพิ่มเติมพิซซ่าสูตรพิเศษในส่วนของ Toby's PIZZA เข้ามาบริการอีกด้วย 



จุดเริ่มต้นของแบรนด์ The Oasis Spa 

คุณภาคิน เริ่มเล่าถึงที่มาของแบรนด์ว่า “...เมื่อก่อนผมเป็นผู้แทนขายยาอยู่ตามโรงพยาบาล ทำให้เข้าไปที่รพ.ตลอดขายยาหลายอย่าง จนสุดท้ายยาส่วนที่รับผิดชอบเป็นยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี เห็นสภาพคนป่วย คนตายตลอด ก็คุยกับเพื่อนในวงการที่จบเทคนิคการแพทย์ จบเภสัช จบพยาบาลมาว่ามันเศร้า มันหดหู่ไปทุกวันๆ นั่นคือยี่สิบปีมาแล้ว คนเราน่าจะมีทางเลือกในทางที่ดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพให้มากกว่านี้ จนกระทั่งปี 2002 ตัดสินใจลาออกจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายยา และเปิดสปาในปี 2003

ภาคิน พลอยภิชา
กรรมการผู้จัดการ The Oasis Spa
ตอนนั้นคิดว่าจะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ได้มองเทรนด์จะเป็นอย่างไร คิดว่าเปิดร้านนวดเพื่อสุขภาพดีกว่า จากนั้นค่อยเสริมอย่างอื่นเข้าไป ช่วงนั้นเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ จะลองไปใช้บริการสปา ซึ่งรู้สึกว่าแพงและไม่ได้นวดดีมากมายไปกว่าบ้านเรา เพียงแต่ไม่มีสถานที่ที่มีมาตรฐาน ในเมืองไทยตอนนั้นค่านวดครั้งละ 150 บาทเท่านั้น แต่ไปนวดต่างประเทศ 3,000 บาท

จึงมามองบ้านเรา นวดดีมาก น่าจะทำสถานที่นวดแบบมีมาตรฐานขึ้นมา ให้ดูดี ระหว่างความคิดตรงนั้นก็เปิดไปเรื่อยๆ ไม่ได้จดทะเบียน ขายได้วันละ 8,000 ค่าพนักงาน ค่าเช่าหลายๆอย่าง โอเคแล้ว ชีวิตง่ายๆเลย นั่นคือที่มาของแรกที่เชียงใหม่ บนพื้นที่สองร้อยตารางวา คอนเซ็ปต์บ้านเป็นหลัง วิลล่ากลางเมือง มีสวนสวย มีชาวเวอร์ทำในแบบของเรา เปลี่ยนเป็นใช้คำว่า สปา

ส่วนชื่อ ดิ โอเอซิส สปา ก็ได้มาจากความบังเอิญ สถานที่ตั้งโอเอซิสสปา มีแหล่งน้ำ เข้าไปเหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่ง เพื่อนคุณโทบี้เข้ามาเขาบอกว่าเหมือน OASIS เลยได้ที่มาของคำว่า โอเอซิส สปา พอเปิดปุ๊บ ติดตลาดในเวลาหนึ่งเดือนตอนนั้นราคานวด 1,200 บาท นวดไทย 750 บาท

ตั้งใจให้เป็นที่ที่เหมาะสำหรับคนที่ยินดีที่จะจ่ายกับมาตรฐานที่เรามีให้ แต่ปรากฏไปตอบโจทย์นักท่องเที่ยว กลายเป็นว่านักท่องเที่ยวบอกว่าไม่แพงและดูดี จึงกลายเป็น talk of the town ภายในช่วงไม่ถึงเดือน

โอเอซิส สปา สาขานิมมานเหมินทร์ หนึ่งในสาขาของจังหวัดเชียงใหม่




 

 

  



ทุกอย่างไม่ได้ง่าย แต่เหมือนทุกอย่างมี connection ที่ดีก็หยิบมาใช้  เทรนเนอร์ก็ทำงานโรงแรม four season แล้วลาออกมาทำงานสปา ก่อนที่จะทำสปา คิน มีร้านคาเฟ่อยู่ในริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต ตอนนั้นทำงาน part time บริษัทยา และมีร้านกาแฟด้วย ร้านกาแฟเก๋ ๆ ในสมัยนั้นยังมีไม่มาก ปรากฏว่ามีหมอ มีผู้บริหาร มีใครต่อใครเข้ามากินในนั้น มีคนทำงานสปาใกล้ๆ เป็นพยาบาล ก็จะมาบ่น ว่าเหนื่อยมาก คนไม่เข้าใจสปา ก็ฟังๆ ไปไม่ได้สนใจอะไร

วันหนึ่งเขาบอกว่าท้อใจ คุยกันตอนแรกก็ไม่ได้สนใจ จนวันหนึ่งมาคิด อ้าวเขาจะไม่ทำแล้ว เราก็จะทำร้านนวด เลยคลิค ขึ้นมาว่า เปลี่ยนมาเป็นสปา โดยเอาเขามาทำงานด้วย มาเป็นเทรนเนอร์สำหรับเราไปเลย ทำให้ได้คนที่เป็นเทรนเนอร์ที่ดีและได้มาตรฐานมาก นั่นคือที่มาว่า เราได้ชื่อ โอเอซิสด้วยความบังเอิญ ได้สถานที่ด้วยความบังเอิญ ได้เทรนเนอร์ด้วยความคุ้นเคย จึงกลายมาเป็นดิ โอเอซิสในปัจจุบันนี้”

สถานการณ์โอเอซิสสปา ในปัจจุบัน

ไม่มีภาคส่วนใด ที่ไม่ถูกผลกระทบจากสถานการณ์โควิด – 19 ดิ โอเอซิส สปา เอง ดูจะถูกกระทบอย่างจังตั้งแต่เริ่มต้นโควิดแพร่ระบาด เนื่องจากการสัมผัสกันอย่างใกล้ชิดระหว่างเทอราปิสและลูกค้า



คุณภาคิน เล่าว่า “มันเปลี่ยนไปเร็วมาก จนสิ่งที่ทำตอนนี้ต้องดูโอกาสที่พอจะทำอะไรได้ ก่อนทำต้องดูกับสถานการณ์แบบนี้ว่าจะดูแลคน และ facility ของเราอย่างไร ดูแลเรื่องระบบการเงิน ไฟแนนซ์อย่างไร สามอย่างนี้สำคัญมาก

หนึ่งพนักงานเราเองไม่สามารถที่จะ lay off พนักงานได้เลย สอง facility ไม่ดูแลก็จะเสื่อมสภาพลง ซึ่งตรงนี้ก็ต้องมีต้นทุนในการดูแล ขณะเดียวกันเรื่องของการเจรจาไฟแนนซ์ ทั้งลูกหนี้และการจ่ายหนี้

  

“เราต่อรอง ไม่ว่าลูกหนี้ต่างๆ เจรจากับแบงค์เพื่อให้อยูได้ สิ่งที่ทำตอนนี้ ทุกครั้งที่มีโอกาส เช่น ถ้าธุรกิจสปาไม่ถูกสั่งปิด นั่นคือโอกาสที่จะสร้างรายได้ อย่างวันที่ถูกสั่งปิดโอกาสก็ไม่มีแล้ว เพราะฉะนั้นช่วงที่เปิดนั่นคือช่วงที่จะมีรายได้เข้ามา

แต่เพราะมีทีม back of house ที่ดี ทีมการตลาดที่แข็งแรง จึงมีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายใหม่ คนที่อยู่ในประเทศไทยเป็นใครก็ได้ที่อยู่ในนี้มีโอกาสที่สุดที่จะมาใช้บริการ เราค่อนข้างพร้อม เมื่อไหร่สปาเปิดได้ โอเอซิสสามารถเปิดได้ทันที

เพราะฉะนั้นต้องมาดูเรื่องราคาสำหรับขายในประเทศไทย มีการเลือกเอเย่นต์จากหลายกลุ่มที่เหมาะสม เรื่องของความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรราคาถูก ที่ผ่านมาคือ จ่าย 500 บาทสามารถทำสปาได้ในราคาเท่ากับ 2,000 บาท ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการทรีทเม้นท์ได้ตามต้องการ  โปรที่ดีที่สุดคือ voucher เมื่อออกมาค่อนข้างตอบโจทย์ มีกระแสตอบรับที่ดีมากในสาขาที่กรุงเทพฯ”



แต่เมื่อเข้าสู่โควิดระลอกใหม่ กรุงเทพฯ กลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่  สาขาที่กรุงเทพฯ พบกับการถูกสั่งปิด

“..... เมื่อสาขาที่กรุงเทพฯ มีปัญหา คือปัญหาเปลี่ยนไปทุกเดือน เราไม่สามารถที่จะนำโปรโมชั่นนี้มาใช้กับทุกช่วงเวลา ต้องปรับตัวเอง กลยุทธที่ใช้ด้านราคาและอีกหลากหลาย ขณะเดียวกันพอมีการสั่งปิด สามสาขาถูกสั่งให้ปิดหมดทั้งกรุงเทพฯ เลย เพราะเขามองว่าเป็นธุรกิจที่มีการสัมผัสมาก พัทยาก็ปิด เชียงใหม่ก็เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด ก่อนหน้านี้ภูเก็ตก็เช่นเดียวกัน  ตอนนี้กรุงเทพฯก็มีปัญหา ลูกค้าตัดสินใจและคิดเยอะขึ้นในการจับจ่ายใช้สอย เชียงใหม่ และภูเก็ตก็เหลือที่เดียว”



วิกฤตธุรกิจ

ผู้บริหารองค์กรเริ่มมองหาทางต่อยอดและทางรอดทางธุรกิจในหลากรูปแบบ แต่ยังคงอยู่ในกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ ยกเว้น Cafe' de Oasis ร้านอาหารที่แตกไลน์ออกมา 

คุณภาคิน เล่าต่อว่า “..... เราเติบโตมาในสายธุรกิจสปา 19 ปี ก็หาการต่อยอด เราเก่งเรื่องสปาเพื่อสุขภาพ ขยายเป็นโรงเรียนสอนสปา ขยายในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ซึ่งอยู่ในกลุ่มสุขภาพเป็นกลุ่มเดียวกัน ไม่ได้หลุดออกไป มีเพียง Cafe de Oasis ร้านคาเฟ่ที่หลุดจากที่เป็น ซึ่งคาเฟ่ได้รับผลกระทบน้อยสุด ลูกค้ายังคงเดินทางเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย ถือว่าดีมากกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ลูกค้าก็ลดลงไปประมาณ 20-30 % ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่น่าสนใจในการขยาย แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่จังหวะที่จะทำอะไรในสถานการณ์แบบนี้

 

เพราะคอนเซ็ปต์ของคาเฟ่แบบนี้ เรามี knowledge Knowhow ส่วนเรื่องการตกแต่งร้านก็ไม่ยาก สถานที่มีพร้อมทั้งเชียงใหม่และภูเก็ต หากจะขยายสาขา แต่ในขณะนี้ไม่อยากลงทุนอะไร”

บรรยากาศที่ร่มรื่นของร้าน
  

 

 

 

 



 

 





 













 

 







 

 



“ปัจจุบัน ถือว่าลำบากมากในการประคับประคองธุรกิจ เราถือว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่รอดปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบัน มีไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่รอด จะเห็นว่าสปาในธุรกิจเดียวกัน ล้มหายตายจากไปค่อนข้างเยอะมาก ดูจากสมาชิกที่อยู่ในสมาคมล้านนาสปา สมาคมสปาไทย สมาคมภูเก็ต คนที่ทำธุรกิจแนวนี้ไปไม่รอดจริงๆ ส่วนใหญ่พึ่งพานักท่องเที่ยวร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่มีสายป่านที่ยาวพอ ตลอด 15 เดือนนี้ ถือว่ายาวนานมาก เราเองก็หวุดหวิดมาก แต่ถามว่าถ้ายังเป็นสถานการณ์แบบนี้อีกสักสองถึงสามเดือนก็ค่อนข้างลำบาก ถ้ากรุงเทพฯยังไม่เปิด”

ยืนหยัดท่ามกลางวิกฤติ
ผู้นำดิ โอเอซิส สปา เล่าต่อถึงการยืนหยัดสู้กับวิกฤติในครั้งนี้ว่า “ ... การรอดมาได้ เราวิเคราะห์ตัวเองเหมือนกัน คิดว่าเพราะมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับหลายๆส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ อย่างเจ้าหนี้ซึ่งสำคัญมาก หากเขาไม่ดีนี่จบเร็วมาก ทั้งธนาคารเอย เรามีประวัติที่ดีการทำงานร่วมกันในอดีต ค่อนข้างโปร่งใส สิ่งเหล่านี้ช่วยในยามวิกฤต ทำให้เขาเชื่อมั่น



รวมถึงเทคนิคการเจรจาต่อรอง และ relationship มีการจัดการที่เข้าใจปัญหา อาจจะต้องยาวแน่ ๆ ทำให้รู้ว่าต้องเจออะไรนาน จึงตัดสินใจทำอะไรเผื่อเอาไว้ว่า เริ่มตั้งหลัก ลดค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรกๆ เลย และพยายามประคับประคองรายได้ที่จำกัด ต้องให้อยู่ในสัดส่วนที่พอดี ใช้สิทธิเกือบทั้งหมดมี เพราะฉะนั้นสามเดือนสุดท้ายหลังจากนี้ก็น่าจะวิกฤติอยู่

ภูเก็ตแซนบ็อกช่วยได้ ทำให้เราเปิดสาขาภูเก็ตได้ แต่จากที่เคยมีรายได้ 16 สาขาลดลงมาเหลือรายได้แค่ 2 สาขา ไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่ทำให้เก็บพนักงานไว้ได้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้  แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่ครอบคลุมใดๆ ทั้งสิ้น”

"ภาคิน" กับการก้าวต่อไป  

ด้วยวัย 49 ปีของผู้บริหารอย่าง ภาคิน ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการธุรกิจสปามายาวนาน โดยเฉพาะกับการเป็นผู้นำขององค์กรที่มีพนักงาน 600 กว่า สิ่งที่ทำให้เขาประคององค์กรได้อย่างดีเยี่ยม คือ สติ 

คุณภาคิน กล่าวว่า “สิ่งที่มีตอนนี้คือต้องมีสติ ในฐานะที่เป็นผู้นำขององค์กร ไม่สามารถที่จะไปแสดงอารมณ์อะไรได้ ไปตีโพยตีพายไม่ได้ มันเลยจุดนั้นไปแล้ว ต้องเป็นผู้นำ คนที่อยู่ข้างหลังเขาต้องมั่นใจว่าเราจะสามารถนำพาองค์กรผ่านวิกฤตินี้ไปได้ จะเห็นได้ว่าจากที่มีพนักงาน 600 กว่าคน ตอนนี้เหลือ 250 คน ไม่ได้หมายความว่าไล่ออก แต่เขาเลือกที่จะไปในทิศทางที่เขาได้เลือกแล้ว หลายคนเลือกกลับไปใช้ชีวิตอยู่บ้านนอกในช่วงนี้

คือเราไม่ได้ไปหลอกเขาว่าจะรอด แต่ในสภาวะผู้นำนี้ต้องสร้างความมั่นใจว่า เราจะเป็นที่พึ่งให้กับเขา ไม่ว่าจะไปถึงจุดไหน ณ ปัจจุบันนี้ แม้แต่เรื่องของโลกโซเชี่ยลอะไรต่างๆ เราก็ไม่เชื่อเรื่องของ Negative Energy หลายคนลงไปแล้ว ไม่มีทางขึ้นมาได้ ผมยังเชื่อว่า หากเรายังเชื่อเรื่อง Positive จะขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จ



สองปีนี้เราเจออะไรเยอะมาก แต่ไม่จำเป็นต้องไปแสดงออก สติสำคัญที่สุด บางครั้งอาจรู้สึกว่าสติจะแตกเพราะรับมือกับปัญหาเยอะมาก จนปัญหานั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราก็ต้องยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับก็ต้องพ่ายแพ้ไป

ถ้ายอมรับและสู้ก็ต้องเดินหน้าต่อไป เพราะถ้าพ่ายแพ้ ไม่ใช่แค่เราคนเดียวแต่หมายถึงทั้งองค์กร ตอนนี้เลยตั้งสติ เข้มแข็ง มองอนาคต บางครั้งเดินเข้าออฟฟิศก็มีหดหู่ แต่ไปแสดงอาการแบบนั้นไม่ได้ ผู้นำคือเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ความมั่นใจ ความมั่นคง ความเชื่อมั่น เรื่องของอนาคต”

เปิดตัว แอพพลิเคชั่น rlax.me

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤติที่ส่งผลให้คนต้องอยู่กับบ้าน ทั้งเรื่องการจับจ่ายซื้อของ การใช้ชีวิตที่วิถีเปลี่ยนแปลงไป พึ่งพาโลกโซเชียลมากขึ้น ทำให้ธุรกิจที่แตกหน่อจากไอเดียของเขา คือการทำการนวดแบบเดลิเวอรี่ ผ่านแอพพลิเคชั่นระดับอินเตอร์ ที่ชื่อ rlax.me (อาร์แล็กซ์ดอทมี) ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา และดูจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ 

ผู้บริหารดิ โอเอซิส สปา เล่าว่า “... พยายามแตกไลน์ธุรกิจ เพื่อรองรับวิถีที่เปลี่ยนแปลงไป เริ่มทำเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยจับมือกับพันธมิตรบริษัทเยอรมัน เป็น relax massage delivery ใช้แอพพลิเคชั่นที่เป็นแพลตฟอร์มที่เราเป็นคนกลาง ที่ทำให้ลูกค้ากับผู้ให้บริการคือ therapist ได้มาเจอกัน เป็น market place  คอนเซ็ปต์ เหมือน Grab เราจัดเตรียมเรื่องแอพพลิเคชั่น แต่คนนวดกับลูกค้าตกลงยินยอมกันเอง ชื่อแอพฯ rlax.me

พาร์ทเนอร์ของบริษัทเยอรมัน เขาเก่งด้าน software เป็นบีโอไอเหมือนกันแต่อยู่ในประเทศไทย และศักยภาพเขา เขียนโปรแกรมให้กับเยอรมันเหมือนกัน เพราะช่วงโควิดเขาก็กระทบปัญหาเช่นเดียวกัน

เขาเก่งเรื่อง software เราเก่งเรื่องคน people management  มี Knowledge มี knowhow เรื่องของโรงเรียน เรื่องของ massage”



แอพพลิเคชั่น rlax.me เริ่มเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา พร้อมกับการพัฒนาระบบเรื่อยมา ปัจจุบันสามารถเปิดให้บริการได้ที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และหัวหิน โดยเฉพาะเมื่อเจอกับวิกฤติโควิด ทำให้เขาพุ่งเป้าไปที่แอพพลิเคชั่นนี้มากขึ้น และเชื่อว่าธุรกิจนี้จะเป็นอนาคตของบริษัท

“....ในอนาคตอันใกล้ แอพพลิเคชั่นนี้จะเป็นตัวที่มีความต้องการสูง ข้อดีของแอพพลิเคชั่นนี้คือ มีการจดเป็น BOI เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ”

คุณภาคิน ยังกล่าวอีกว่า “ขั้นตอนที่ยากที่สุดของทำแอพพลิเคชั่นนี้คือการพัฒนาซอฟแวร์ แต่เมื่อเริ่มมีการใช้งาน มีการแก้ไข การนำไปใช้ก็สามารถใช้ได้ทุกที่บนโลกใบนี้  โดยนำประสบการณ์จากอดีตสู่อนาคตยังคงอยู่ที่เรื่องของ wellness เพราะความเชื่อว่าเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ในการใช้ชีวิตของคน”

อะไรเป็นอะไรในแอพฯ rlax.me

สิ่งที่แพลตฟอร์ม อาร์แลกซ์ดอทมี นำเสนอ ประกอบไปด้วยการเตรียมพนักงานนวด ที่นอน น้ำมันหอม และทุกอย่างเหมือนกับการยกสปาไปไว้ที่บ้านของลูกค้า โดยพนักงานนวดได้รับการเรียนรู้และอบรมจากโรงเรียนไทยโอเอซิสสปา เพื่อให้ได้มาตรฐาน

คุณภาคิน เล่าถึงความปลอดภัยทั้งของพนักงาน Therapist และ ลูกค้าว่า “พนักงานต้องได้รับใบรับรอง การตรวจสอบอาชญากรรม ความปลอดภัยด้านโควิด เรื่องของสุขอนามัย การตรวจสอบเรื่องคุณภาพของการบริการ ทุก feedback ของลูกค้า จะกลับมาที่เรา เกิดเหตุการณ์อะไรจะรู้ทันที

จะรู้ว่าพนักงานคนนี้ไปถึงกี่โมง ใช้ massage กี่โมง monitor ได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นจะ related กับ consumer review จะสามารถ monitor ได้ ไม่มีอะไรปิดบัง

ข้อดีคือ พนักงาน therapist รับงานแบบนี้ รับงานนอกบ้านไม่ผิดกฎหมาย พนักงานนวดไม่ใช่แค่พนักงานนวดของโอเอซิสสปาเท่านั้น แต่พนักงานนวดทั่วไปก็มีงานทำ หากเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรา



ด้านการคัดเลือกพนักงานนวด คุณภาคิน กล่าวว่า “วิธีคัดเลือก therapist คือ ดูทักษะก่อน ต้องมีใบรับรองจากสาธารณสุขเป็นพื้นฐานที่ต้องมี มีการต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ทางเราเป็นคนดำเนินการตรวจสอบ หลังจากนั้นก็ทำการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานอยู่ในมาตรฐานของโอเอซิสสปา ตอนนี้ก็หลายร้อยคนที่มาลงทะเบียน

.....ถ้าจะวิเคราะห์ว่า ผลตอบรับเป็นอย่างไร ตอนนี้อยู่ในช่วงไม่ปกติ ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ แต่คิดว่าเป็นอนาคตที่ดี ทุกคนที่เข้ามาในส่วนหนึ่งของแอพฯ จะได้ค่าตอบแทนเป็นค่าชั่วโมงชัดเจน มีรายได้ที่แน่นอนเลย คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือพนักงาน therapist เหตุผลที่เขาจะมาจอยแอพพลิเคชั่นเรา เพราะเขาเชื่อมั่นว่าปลอดภัยแน่นอน ตรวจสอบได้ทั้งสองฝั่ง มีความมั่นใจในการเข้าไปให้บริการ และรับบริการ เรามี GPS ในการตรวจสอบตำแหน่ง ระบุได้ ซึ่งเป็นจุดแข็งของแอพฯ นี้ และจะทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการใช้บริการนวดที่บ้านหันมาเป็นสมาชิกมากขึ้น

RLAX เป็นแบรนด์ใหม่ของโอเอซิสสปา เป็นทีมทำงานคนละทีมกัน ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ วางแผนไว้แต่ช่วงสถานการณ์แบบนี้ จึงเดินหน้าไปก่อน

ที่ทำแอพพลิเคชั่นนี้ส่วนหนึ่งคือ ต้องการธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่ง support พนักงาน  therapist ที่ไม่มีงานทำ ณ ตอนนี้ พนักงานมีมาตรฐานดีอยู่แล้ว ก็เข้าสู่ระบบ rlax.me หนึ่งทำให้เขามีโอกาสมากขึ้น แต่ก็ไม่ต้องรายงานโอเอซิสสปาแล้ว เขาเป็น freelance รับผิดชอบตัวเอง ส่วนเรื่องการให้บริการเป็นมาตรฐานโอเอซิส แต่เราไม่ได้เอาตรงนี้มาเป็นจุดขายเพราะว่า พนักงานโอเอซิสไม่ได้มีทั่วโลก แต่เป้าหมายเราคือแอพฯนี้จะกระจายไปทั่วโลก

สิ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าคือ โรงเรียนไทยโอเอซิสสปา ใช้ความรู้จากโรงเรียนในการพัฒนามาตรฐานให้กับพนักงาน ซึ่งอาจจะมาจากโอเอซิสหรือทั่วไปที่ต้องการหารายได้พิเศษ



เราจะเปิดแอพพลิเคชั่นนี้ที่ต่างประเทศ เช่นไปเปิดที่เยอรมัน ลาวเปิดโซนตรงไหนก็รับพนักงานนวดที่นั้น ใครสนใจจะร่วมงานก็เข้ามาสมัคร โดยหา local partner เพราะแต่ละประเทศจะมีความต้องการแตกต่างกัน การบริการก็ต้องเข้ากับกฎหมายของประเทศนั้นๆ เหมือน grab แอพฯเดียวใช้ได้ทั่วโลก โดยไม่ต้องลงทุน สิบหรือยี่สิบล้าน อย่างที่ผ่านมาเราเพิ่งเปิดโอเอซิสที่ทองหล่อ ลงทุนสามสิบล้านเปิดได้เดือนเดียวเจอโควิดต้องปิดลง เรามองว่าคนไทยในเยอรมัน มหาศาลมาก ยิ่งเป็นแอพพลิเคชั่นของคนไทยเขายิ่งมั่นใจ

..... เราแยกโอเอซิสสปากับอาร์แลกซ์ เป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย กว่าที่จะผ่าน BOI ต้องไป defend ให้เขาเข้าใจ ว่า ทำไมต้องไปนวดที่บ้าน จะสร้างงานสร้างเงินให้กับคนไทยได้อย่างไร ถ้าเรามีพนักงานสามพันคน นั่นคือการจ้างงาน รายได้จากการจ้างงานของ therapist เขาจึงมองเห็นภาพ ด้วยศักยภาพความเข้มแข็งของทีมงาน ทำให้เราสามารถเปิดในจังหวัดที่ต้องการได้ในหนึ่งสัปดาห์ ตอนนี้ที่หัวหินกับกรุงเทพฯเป็นตลาดใหญ่ที่สุด มีลูกค้าประจำเร็วมาก”

การมีสติ ทำให้พบทางออกที่ดีที่สุด 

อย่างไรก็ตาม ในสภาวการณ์ที่หลายองค์กรต้องประสบปัญหามากมาย ผู้ที่นำพาองค์กรให้ฝ่าวิกฤติไปได้ นั่นหมายถึงผู้นำต้องพยายามแก้ไขปัญหา หาทางออก สร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ



คุณภาคิน แชร์แนวคิดในการแก้ไขปัญหาจากประสบการณ์ของตนเองว่า “...หลังจากที่เกิดโควิด มีปัญหาหลากหลายเข้ามา มันจะไม่ถูกแก้เลยหากเรารู้สึกว่าเยอะและหนักเกินไป ไม่ไหวและยอมแพ้ไป

วิธีเดียวที่จะแก้ไขปัญหาได้คือต้องนิ่งก่อน แล้วดูว่าปัญหาที่เกิดมีทางออกอะไรบ้าง เราเองก็เคยเป็น จิตแตก... โวยวาย สภาพจิตใจไม่นิ่ง หาทางออกไม่ได้

.... สิ่งที่เป็นทุกวันนี้ อยากแชร์ประสบการณ์ในฐานะที่เป็นผู้นำคนหนึ่ง ควรจะต้องเป็นผู้นำที่สร้างความมั่นใจให้กับคนที่อยู่ในองค์กร การฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ ผู้นำถือเป็นกุญแจ เป็นหัวใจสำคัญ หากผู้นำอ่อนแอ ล้มเลยแน่นอน

ไม่ใช่ perfect แต่เป็นทางออกที่ทำได้ดี ณ ปัจจุบันนี้  การตัดสินใจทำอะไรลงไป อาจต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ต้องเตรียมใจไว้ระดับหนึ่ง การแก้ไขปัญหาในตอนนี้ เพื่อให้องค์กรอยู่ได้ ไม่ใช่ทุกการแก้ปัญหาจะเป็นการแก้ปัญหาแบบถาวร

จริงๆ แล้วเป็นความรู้สึกที่เจ็บเหมือนกัน แต่เพื่อให้เราอยู่รอดการตัดสินใจหลังจากสามเดือนนี้ต่อไป สถานการณ์เปลี่ยนเพราะฉะนั้นการตัดสินใจในครั้งนี้อาจจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีในอีกสามเดือนต่อไปหรือหกเดือนก็ได้

....ต้องหนักแน่นและยอมรับสิ่งที่ตัดสินใจ และเชื่อเสมอว่าต้องมีทางออก ตัวอย่างที่จะแชร์คือทุกครั้งที่เกิดปัญหา คืนนั้นจะเป็นคืนที่คิดไปต่างๆ นานา เมื่อถึงเวลาจริงๆ ในวันรุ่งขึ้นเราจะต้องแก้ปัญหา บางปัญหาก็ไม่ใช่ยิ่งใหญ่มหาศาลเหมือนในคืนนั้นที่เราคิด วันรุ่งขึ้นก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ได้เลวร้าย เดี๋ยวก็จะผ่านพ้นไปได้”

และในส่วนของผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้นำ คุณภาคิน แนะนำว่า “อันดับแรกคืออยากให้ดูตัวเองก่อนว่า ตัวเองจะอยู่รอด ณ จุดไหน ถ้าอยู่แล้วรอดให้ไปอยู่ที่นั่น ที่พูดแบบนี้คือ บางครั้งคนที่ทำงานในองค์กรแล้วองค์กรรู้สึกว่าไม่ได้ส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายอยู่รอด เราก็ต้องดูว่าอยู่ตรงไหนถึงจะอยู่รอด บางคนก็เลือกกลับไปอยู่บ้านนอก เพื่อความอยู่รอด

ย้อนกลับมาว่า ในฐานะที่เป็นคนที่ต้องเอาชีวิตให้รอดในสถานการณ์แบบนี้ เขาน่าจะรู้ตัวเองที่สุดว่า เขาอยู่ตรงไหนแล้วจะรอด มันบอกไม่ได้ว่าจะต้องใช้อะไร แต่ละคนปัญหาไม่เหมือนกัน

แม้กระทั่งเราเอง ชีวิตก็เปลี่ยนไปมาก แต่ไม่ได้รู้สึกรันทด... รันทดจะทำให้ถดถอย ต้องมี positive energy ส่งให้มีพลัง”



“ภาคิน” ในวันนี้

และเมื่อเราถามถึง ภาคิน ในวันนี้ เขาตอบว่า “....ภาคินจะเป็นภาคินในเวอร์ชั่นที่ทนที่สุด(หัวเราะ) มีสติและเป็นภาคินที่ทนกับสถานการณ์ได้ดี เป็นภาคินที่มองอะไรหนักแน่นมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ามองคนในแง่ร้าย

ความที่เป็นองค์กรและวัฒนธรรมองค์กรเป็นแบบนี้ ทำให้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ จริงๆแล้ว อธิบายออกมาไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มีคนที่สนับสนุนในสิ่งที่มองไม่เห็น เราเชื่อสิ่งที่ทำในอดีตจะส่งผลในปัจจุบันและอนาคตด้วย ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

ภาคินในเวอร์ชั่นปัจจุบันกับองค์กร สิ่งที่น่าจะมีและแข็งแรงขึ้นคือ เรื่องของวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นและมีความผูกพันกันในองค์กรมากขึ้น

สิ่งนี้จะทำให้ดิ โอเอซิสสปา เดินไปข้างหน้าได้ แต่จะไปในทิศทางใดหรือช่องทางไหนยังไม่มีความชัดเจน เพราะความชัดเจนคือความไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่เรามีคือความพร้อมที่จะเดินและจะเป็นธุรกิจที่ world wide มากขึ้น"