Update Newsกระทรวงพาณิชย์การตลาดธุรกิจธุรกิจ-เศรษฐกิจพาณิชย์เศรษฐกิจ

เซ็นต์แล้ว! Mini FTA ฉบับแรกในประวัติศาสตร์ “ไทย-ไหหลำ” จุรินทร์ ดัน ทำยอดการค้า 12,000 ล้าน ภายใน 2 ปี

วันที่ 20 สิงหาคม 2564 เวลา 13.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความ เข้าใจด้านความร่วมมือทางการค้า ไทย-ไห่หนาน ระหว่างอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ กับนายเฉิน ซี อธิบดีกรมพาณิชย์ไห่หนาน



โดยมีนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายเฝิง เฟย ผู้ว่าการมณฑลไห่หนาน นายหนี เฉียง รองผู้ว่าการมณฑลไห่หนานและเลขาธิการรัฐบาลมณฑลไห่หนาน นายซุน ซื่อเหวิน รองเลขาธิการรัฐบาลมณฑลไห่หนาน ประธานหอการค้าไทย-จีน นายกสมาคมใหหนำแห่งประเทศไทย นายกสมาคมการค้าไทยไหหลำ และมีทูตพาณิชย์ทั่วโลกและพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดร่วมติดตามนโยบายด้วย ผ่านระบบประชุมทางไกล ณ  ห้องบุรฉัตร ไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์



นายจุรินทร์ กล่าวขอบคุณท่านผู้บริหารจากมณฑลไห่หนาน ที่ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีลงนาม MOU ผ่านระบบทางไกลในวันนี้ และกล่าวว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีส่วนในการผลักดันให้ประเทศไทยและมณฑลไห่หนานมีความร่วมมือทางการค้าที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นสำหรับประเทศไทย ชื่อของ “ไห่หนาน”หรือ“ไหหลำ” เป็นชื่อที่คนไทยคุ้นเคยมาช้านาน เนื่องจากไทยมีประชากรเชื้อสายไห่หนานอยู่จำนวนมาก มีการรักษาวัฒนธรรมไห่หนานไว้อย่างเหนียวแน่น และยังมีการรวมกลุ่มที่มีความเข้มแข็งเป็นอย่างมาก 

ในบรรดาประเทศพันธมิตรทางการค้าของไทย จีนเป็นประเทศคู่ค้าและตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยมาโดยต่อเนื่อง ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่และมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันในปีที่ผ่านมา สูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 18.26 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของไทยโดยรวม และสำหรับมณฑลไห่หนานในปี 2563 แม้ว่าโลกจะเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤติโควิด 19 แต่การค้าระหว่างมณฑลไห่หนานกับไทยยังคงมีมูลค่าสูงถึงราว 9,233 ล้านบาท (295.07 ล้านเหรียญฯ)

เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีผ่านมา ตนได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีเปิดงาน CIIE ครั้งที่ 3 และได้รับฟังคำกล่าวเปิดงานของท่านประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง เกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาจีนในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ขอกล่าวถึง 2 ประเด็น 

คือ 1. จีนจะสนับสนุนความร่วมมือทางการค้าทั้งพหุภาคีและทวิภาคี ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาตนในฐานะประธานการประชุมรัฐมนตรีการค้า RCEP ก็ได้สรุปข้อตกลง RCEP เป็นข้อตกลงการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกในระดับพหุภาคี 2.จีนจะใช้เขตการค้าเสรีภายในประเทศเป็นพื้นที่ทดสอบนำร่องที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศซึ่งสามารถขยายการเปิดเสรีภาคเศรษฐกิจดิจิทัล และไห่หนานก็ได้อยู่ในแผนการพัฒนาดังกล่าวด้วย

"ขอชื่นชมวิสัยทัศน์ของท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ได้วางแผนยกระดับให้ไห่หนานเป็นเมืองท่าการค้าเสรีที่มีอัตลักษณ์ ซึ่งถือเป็นนโยบายการเปิดประเทศที่สำคัญของจีน อันจะช่วยเอื้อต่อการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ และตนเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพที่มีของไห่หนานจะส่งผลให้ไห่หนานก้าวขึ้นสู่การเป็นเมืองท่าสากลระดับโลก ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน และในฐานะที่ตนมีเชื้อสายไห่หนาน ตนได้มีโอกาสไปร่วมงานที่สมาคมใหหนำแห่งประเทศไทยหลายครั้ง 

ซึ่งหลายท่านได้แสดงความสนใจในการไปทำธุรกิจที่บ้านเกิดของบรรพบุรุษ ความสนใจดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายที่ตนได้มอบให้กระทรวงพาณิชย์ของไทยไว้ตั้งแต่เมื่อเข้ารับตำแหน่ง โดยขอให้เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าในระดับต่างๆ เพื่อลดอุปสรรคและแสวงหาโอกาสทางการค้าใหม่ๆ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เผชิญทั้งกับความท้าทายและความผันผวนจากปัจจัยต่างๆ ซึ่งไห่หนานถือเป็นมณฑลแรกในจีนที่กระทรวงพาณิชย์ไทยได้จัดทำ MOU ร่วมกัน 

วันนี้จึงถือเป็นวันสำคัญอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะเป็นวันครบรอบ 101 ปีของการสถาปนากระทรวงพาณิชย์ของไทย ยังเป็นวันครบรอบ 69 ปีของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของไทยอีกด้วย พิธีลงนาม MOU ในวันนี้จึงถือได้ว่าเป็นก้าวที่มีความสำคัญ และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ไทย และกรมพาณิชย์ไห่หนาน  ที่จะช่วยสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และจะเป็นการเชื่อมโยงห่วงโซ่การค้าบนพื้นฐานความร่วมมือฉันท์มิตรระหว่างกันตลอดไป " นายจุรินทร์ กล่าว



  

ในช่วงท้าย นายจุรินทร์กล่าวด้วยว่าขอขอบคุณมณฑลไห่หนาน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันผลักดันและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในวันนี้ขึ้น ตนเชื่อมั่นว่า การลงนาม MOU ในวันนี้ จะเป็นกลไกที่สำคัญในการส่งเสริมการค้าและการพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันได้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่าความร่วมมือนี้ถือเป็น Mini-FTA ฉบับแรกที่ไทยทำกับมณฑลในประเทศจีน ซึ่งเป็นนโยบายที่ให้ไว้กับกระทรวงพาณิชย์ ว่าให้ทำ FTA ฉบับเล็กหรือเรียกได้ว่า Mini-FTA กับรัฐต่างๆที่บางรัฐมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าหรือมีจำนวนประชาชนมากกว่าประเทศไทย  

โดยไห่หนานเป็นตัวอย่างแรกที่เกิดขึ้นกับประเทศจีนโดยเนื้อหาประกอบด้วย 5 ด้าน 1. ด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการค้าระหว่างกัน 2. ด้านการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการค้า ด้านสินค้า ด้านนวัตกรรมและการตลาดรวมทั้งการส่งเสริมการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระหว่างกันเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้า

3.ด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน เช่น การเดินทางของนักธุรกิจ การจัดประชุมสัมมนาร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างกัน 4.ด้านการมุ่งขยายมูลค่าการค้าใน 3 สินค้าหลัก ประกอบด้วย 1)สินค้าทางด้านการเกษตร 2)สินค้าอาหาร 3)สินค้าอุตสาหกรรม 5.ความร่วมมือด้านอีคอมเมิร์ซ เช่น การส่งเสริมการค้าผ่านแพลตฟอร์มต่างๆของจีนและไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน โดยจะมีผลเป็นระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันนี้ 20 สิงหาคม 2564 ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2566 โดยตั้งเป้าไว้ที่ 12,000 ล้านบาทภายใน 2 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านทางการจีน นายเฝิง เฟย ผู้ว่าการมณฑลไห่หนาน กล่าวผ่านระบบทางไกลว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการลงนามครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ในการสร้างกลไกความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพและยาวนาน ต่อจากนี้เป็นการขยายความร่วมมือระหว่างมณฑลไห่หนานและประเทศไทย 

ทั้งทางด้านธุรกิจการค้า อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว วัฒนธรรมและสังคม เป็นต้น ทั้งสองฝ่ายจะร่วมแบ่งปันโอกาสใหม่ๆ แสวงหาการพัฒนาใหม่ในอนาคตร่วมกัน และขอบพระคุณท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่มีความใส่ใจและสนับสนุนการก่อสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยมาท่องเที่ยวและร่วมลงทุนพัฒนาธุรกิจที่มณฑลไห่หนาน

"พวกเราจะใช้ การบริการที่ดีเยี่ยม และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจชั้นหนึ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนในมณฑลไห่หนาน รวมไปถึงการใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย และการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ"  นายเฝิง เฟย ผู้ว่าการมณฑลไห่หนาน กล่าว

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169