“พาณิชย์-DITP”ชี้เป้าส่งออกข้าวไทยเจาะตลาดอิตาลี

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ชี้เป้าส่งออกข้าวไทยเจาะตลาดอิตาลี หลังพบมีโอกาสสูง ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง ข้าวอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์จากข้าวที่ใช้นวัตกรรม แนะต้องติดฉลากเป็นภาษาอิตาเลียน แสดงคุณค่าทางโภชนาการของข้าว และคุณประโยชน์ต่อร่างกาย

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้านการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่ได้มอบหมายให้กรมฯ เร่งสำรวจโอกาสในการทำตลาดส่งออกให้กับสินค้าต่าง ๆ ของไทย ล่าสุดกรมฯ ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ ณ กรุงมิลาน อิตาลี ถึงโอกาสในการขยายตลาดการส่งออกข้าวไทยเข้าสู่ตลาดอิตาลี 

หลังจากที่ได้ทำการสำรวจตลาด พบว่า ปัจจุบันรัฐบาลอิตาลีได้ผ่านคลายมาตรการและควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศได้แล้ว และเศรษฐกิจการค้ากำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้มีความต้องการบริโภคข้าวเพิ่มขึ้น และไทยยังได้ลดค่าธรรมเนียมพิเศษในการส่งออกข้าวไปยังสหภาพยุโรป จึงเป็นประโยชน์ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันข้าวไทยในตลาดอิตาลีและยุโรปมากขึ้น


โดยปัจจุบันอิตาลีเป็นตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญของไทยในยุโรป โดยในปี 2558–2563 ไทยส่งออกสินค้าข้าวไปยังตลาดอิตาลีได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้าวที่ส่งออกมากที่สุด คือ ข้าวหอมมะลิ 100% รองลงมา ได้แก่ ข้าวขาว 100% และข้าวกล้องหอมมะลิ แต่จากสถานการณ์โควิด-19 การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และการปรับราคาค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปี 2563 รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาท ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าข้าวไทยไปยังอิตาลี โดยในช่วง 11 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-พ.ย) ไทยส่งออกข้าวไปอิตาลีมีมูลค่า 19.23 ล้านเหรียญสหรัฐ


  

 

 

สำหรับโอกาสของข้าวไทย ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้บริโภคชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอิตาลี โดยปี 2563 มีสูงถึง 1,067,281 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.65 โดยข้าวที่มีโอกาส ได้แก่ ข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งปัจจุบันมีวางจำหน่ายอยู่แล้ว และควรผลักดันการส่งออกข้าวชนิดอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ข้าวหอม ข้าวกล้อง ข้าวอินทรีย์ และข้าวหัก เป็นต้น เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและปริมาณการส่งออกข้าวไทยมายังตลาดอิตาลี และยังมีโอกาสเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวอิตาลีที่แพ้สารกลูเตนในแป้งสาลี และหันมาบริโภคผลิตภัณฑ์จากข้าวเพิ่มขึ้น เช่น แป้งข้าวเจ้า พาสต้าจากแป้ง และขนมปัง