ห้างเซ็นทรัล–โรบินสัน เดินหน้าสู่ Green Retail ขับเคลื่อน “5 มิชชั่นรักษ์โลก”
กรุงเทพฯ – เมื่อความยั่งยืนไม่ใช่เพียงกิ จกรรมเพื่อสังคม แต่คือหนึ่งในแนวทางสำคั ญของการดำเนินธุรกิจ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าขับเคลื่อนบทบาทของธุ รกิจรีเทลในการสร้างการเปลี่ ยนแปลงเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยงพลังของ ธุรกิจ ลูกค้า พันธมิตร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เข้าด้วยกัน ภายใต้แนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) และเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่ งยืน ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสั นนำความยั่งยืนเข้าไปเป็นส่ วนหนึ่งของการดำเนินงาน ตั้งแต่การลดขยะและพลาสติก การสนับสนุนสินค้าและชุมชนที่ เติบโตอย่างยั่งยืน การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้ นฟูระบบนิเวศ ไปจนถึงการเปลี่ยนพื้นที่รี เทลให้สามารถผลิตและใช้พลั งงานสะอาดได้มากขึ้น ทั้งหมดถูกขับเคลื่อนภายใต้ “5 มิชชั่นรักษ์โลก” ซึ่งสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า พลังของธุรกิจรีเทลสามารถสร้ างผลกระทบเชิงบวกได้ไกลกว่าพื้ นที่ภายในห้าง และสามารถมีส่วนร่วมสร้ างการเปลี่ยนแปลงให้กับสั งคมและสิ่งแวดล้อมในระดับที่กว้ างขึ้น
5 มิชชั่นรักษ์โลก จากเป้าหมายสู่การลงมือทำ
ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันเดิ นหน้าการดำเนินงานด้านความยั่ งยืนผ่าน 5 แกนสำคัญ ได้แก่
1. งดใช้ถุงพลาสติก ลดขยะตั้งแต่ต้นทาง
ดำเนินโครงการ Say No To Plastic Bags อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 ด้วยการงดแจกถุงพลาสติกในทุ กสาขาทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็ นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในห้างฯ เพื่อช่วยลดการเกิดขยะตั้งแต่ต้ นทาง
2. เปิดพื้นที่ค้าปลีก สร้างตลาดและโอกาสทางเศรษฐกิ จให้สินค้าชุมชน
ใช้ศักยภาพของห้างสรรพสินค้ าในฐานะช่องทางเชื่อมต่อระหว่ างชุมชนกับผู้บริโภค เปิดพื้นที่ให้ Good Goods ซึ่งรวบรวมและพัฒนาสินค้าจากภู มิปัญญาและฝีมือของชุมชนไทย เข้ามาจำหน่ายภายในห้างเซ็นทรัล เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ท้ องถิ่นเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้ างขึ้น และสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุ มชนอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทของห้ างเซ็นทรัลที่ไม่ได้เป็นเพียงพื้ นที่จำหน่ายสินค้า แต่ใช้เครือข่ายค้าปลีก ฐานลูกค้า และศักยภาพด้านการตลาด ช่วยยกระดับสินค้าชุมชนให้ สามารถแข่งขันในตลาดสมัยใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มจากภูมิปัญญาท้ องถิ่น และเปลี่ยนพื้นที่ค้าปลีกให้เป็ นอีกหนึ่งกลไกในการสร้างความเข้ มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนอย่ างยั่งยืน
3. จากพื้นที่ห้าง สู่การดูแลผืนป่าและชุมชน
ร่วมกับ กรมป่าไม้ ดำเนินโครงการ “ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้ อน” ณ ป่าชุมชนบ้านแม่กัวะ จังหวัดลำปาง ครอบคลุมทั้งการปลูก ฟื้นฟู และบำรุงรักษาผืนป่า พร้อมส่งเสริมให้พื้นที่ป่าเป็ นแหล่งธนาคารอาหารของชุมชน เพื่อสร้างประโยชน์ทั้งต่ อระบบนิเวศและวิถีชีวิ ตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน การดำเนินงานดังกล่าวยังเชื่ อมโยงกับเป้าหมายของเซ็นทรัล กรุ๊ป ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว 50,000 ไร่ทั่วประเทศภายในปี 2573
4. จากผืนป่าสู่ท้องทะเล ฟื้นฟู Biodiversity บนพื้นฐานวิทยาศาสตร์
เดินหน้าดูแลระบบนิเวศทางทะเลผ่ านโครงการ Reef Revival 2569 ภายใต้ Central Tham ด้วยแนวทาง Research – Restoration – Education โครงการครอบคลุมตั้งแต่ การสำรวจและติดตามข้อมูล การพัฒนาโครงสร้างที่เอื้อต่ อการเกาะและฟื้นตัวของปะการั งตามธรรมชาติ ไปจนถึงการสร้างองค์ความรู้ และการมีส่วนร่วมในการดูแลท้ องทะเล โดยเริ่มพื้นที่นำร่องที่ เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเกาะมันใน จังหวัดระยอง พร้อมทดลองโครงสร้างปะการังเที ยมจากวัสดุที่แตกต่างกัน ทั้งส่วนผสมปูนทั่วไป และส่วนผสมจากไบโอชาร์และเปลื อกหอยบด เพื่อศึกษาและต่อยอดองค์ความรู้ ด้านการฟื้นฟูระบบนิ เวศทางทะเลในอนาคต
5. เปลี่ยน “หลังคาห้าง” ให้เป็น Powerhouse พลังงานสะอาด
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้ งสำคัญ คือการนำพื้นที่ของห้างมาเป็นส่ วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้ านพลังงานสะอาด ผ่านการติดตั้ง Solar Rooftop ตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปี 2565 จนถึงปี 2569 ระบบ Solar Rooftop ของห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสั นครอบคลุมแล้ว 21 สาขาทั่วประเทศ โดย 15 สาขาดำเนินการร่วมกับ CHOW Energy และอีก 6 สาขาดำเนินการร่วมกับพันธมิตรอี กหนึ่งราย และในสาขาที่มีศักยภาพในการติ ดตั้ง ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ครบ 100% เมื่อรวมทุกโครงการ ระบบ Solar Rooftop สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้ าจากแสงอาทิตย์ได้ประมาณ 14 ล้านหน่วยต่อปี คิดเป็นประมาณ 7.1% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรื อนกระจกได้ประมาณ 6,998.6 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่ อปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ ประมาณ 777,622 ต้นต่อปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ าการนำพลังงานสะอาดมาใช้ไม่ใช่ เพียงแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม แต่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่วั ดผลได้จริงจากการดำเนินธุรกิจ
หนึ่งในโครงการสำคัญล่าสุดคือ Solar Rooftop ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งติดตั้งแล้วเสร็จ 100% ด้วยขนาดโครงการประมาณ 665 กิโลวัตต์ สะท้อนการนำแนวคิด Sustainability มาผสานเข้ากับการพัฒนา Flagship Store และการบริหารจัดการพื้นที่รี เทลแห่งอนาคต นอกจากการผลิตไฟฟ้าจากพลั งงานแสงอาทิตย์แล้ว ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันยั งเดินหน้าลดการใช้พลั งงานภายในอาคาร ผ่านการยกระดับระบบแสงสว่าง รวมถึงการนำเทคโนโลยี Smart AI Chiller มาเพิ่มประสิทธิ ภาพการทำงานของระบบปรับอากาศ เพื่อให้การบริหารจัดการพลั งงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จาก Green Retail สู่ Sustainable Retail Ecosystem
การดำเนินงานทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่ งของเป้าหมายใหญ่ในการร่วมขั บเคลื่อนเซ็นทรัล รีเทล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% ภายในปี 2573 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593
ณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ กล่าวว่า “เราเชื่อว่าศักยภาพของธุรกิจ รีเทลไม่ได้อยู่เพียงการสร้ างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า แต่ยังสามารถเป็นพลังสำคั ญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กั บสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ สำหรับห้างเซ็นทรัลและห้างโรบิ นสัน ความยั่งยืนจึงไม่ใช่กิจกรรมที่ เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่คือแนวคิดที่เรานำเข้ามาเป็ นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่สิ่งที่เกิดขึ้ นภายในสาขา ไปจนถึงชุมชน ผืนป่า ท้องทะเล และการใช้พลังงานของเรา เป้าหมายของเราคือการใช้ Scale และศักยภาพของธุรกิจรีเทล เชื่อมโยงทุกภาคส่วนให้สามารถร่ วมกันสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ และสร้างคุณค่าที่สามารถส่งต่ อไปยังคนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่ งยืน”
จาก Say No To Plastic Bags ในทุกสาขา การสนับสนุนชุมชนและผลิตภัณฑ์ อย่างยั่งยืน การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้ นฟูผืนป่า การดูแล Biodiversity ใต้ท้องทะเล ไปจนถึงการเปลี่ยนหลังคาห้างให้ กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาด ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันจึ งกำลังขยายบทบาทจาก “พื้นที่ค้าปลีก” สู่ “พื้นที่แห่งการลงมือทำ” และเดินหน้าสร้าง Sustainable Retail Ecosystem ที่ทำให้การเติบโตของธุรกิ จสามารถเติบโตไปพร้อมกับชุมชน สังคม และโลกได้อย่างแท้จริง







