ทอมมาโซ เซ็คคา จากบาร์ ‘คัมพาริโน’ ชื่อดังในแกลเลอเรีย เมืองมิลาน  จัดงาน ‘CAMPARINO MASTERCLASS’ ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ

ผู้จัดการบาร์และหัวหน้าบาร์เทนเดอร์แห่งบาร์ระดับตำนานของอิตาลีพาเหล่าบาร์เทนเดอร์ชาวไทยไปทำความรู้จักกับประวัติศาสตร์ของคัมพารี ตั้งแต่ ‘คาเฟ่ คัมพารี’ แหล่งกำเนิดของ ‘อะเปริทิโว่’ วัฒนธรรมการดื่มของชาวอิตาเลียน ไปจนถึงบาร์ ‘คัมพาริโน’ อิน แกลเลอเรีย 1 ใน 50 บาร์ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก

ทอมมาโซ เซ็คคา-บาร์เทนเดอร์มากประสบการณ์จากอิตาลีและผู้จัดการบาร์คัมพาริโน บาร์ระดับตำนานอายุ 107 ปีในห้างแกลเลอเรีย ในมิลาน ประเทศอิตาลี แหล่งกำเนิดของวัฒนธรรม

‘อะเปริทิโว่’ (การดื่มสังสรรค์ยามเย็นหลังเลิกงาน) เป็นเจ้าภาพจัด CAMPARINO MASTERCLASS’ ที่โรงแรมเดอะโอกุระ เพรสทิจเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

ทอมมาโซ มีภูมิลำเนามาจากแถบบารี เขาเริ่มทำงานในแคว้นปุลยาขณะเป็นหนุ่มน้อย หลังจากเก็บเกี่ยวประสบ การณ์การทำงานแบบมืออาชีพในลอนดอน เขาหวนคืนสู่อิตาลีและทำงานในฐานะผู้จัดการบาร์ที่คาเฟ่ทรุซซาดีในมิลานเป็นเวลากว่า 13 ปี ปัจจุบันเขาเปรียบดั่งจิตวิญญาณของบาร์คัมพาริโนในห้างแกลเลอเรียมามากกว่า 3 ปีแล้ว

ตามความคิดเห็นของทอมมาโซ บาร์คัมพาริโน ณ ห้างแกลเลอเรียคือบาร์ประวัติศาสตร์ที่สร้างสมชื่อเสียงอันยาวนานระดับโลกด้วยบริการที่เป็นมิตร อาหารและเครื่องดื่มระดับคุณภาพที่ไม่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งทีมงานที่มุ่งมั่นและมีความรู้ รองรับลูกค้ามากถึง 1,500 รายต่อวัน และมีลูกค้าในโลกออนไลน์ที่มีส่วนร่วมในทุกช่องทางออนไลน์ของทางบาร์มากถึง 90 ล้านเฉพาะแค่ภายในปีที่แล้วปีเดียว

ทอมมาโซ ซึ่งเป็นผู้นำทีมงานเล็กๆ ทว่าเปี่ยมด้วยความสามารถและมีความมุ่งมั่น ให้ความเห็นว่า ”ลูกค้าไม่ได้แค่ไปร้านอาหารหรือบาร์เพื่อไปกินอาหารหรือดื่มแต่เพียงอย่างเดียว พวกเขาต้องการมากกว่านั้น และตอนนี้ลูกค้าก็มีความรู้มาก สิ่งที่เรามุ่งมั่นนำเสนอก็คืออาหารเครื่องดื่มที่มีคุณภาพและประสบการณ์ที่ทางร้านของเราหยิบยื่นให้ ทีมงานของเราผ่านการอบรมให้มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการลูกค้าอย่างถูกต้อง สามารถอ่านใจลูกค้าได้และบางครั้งยังตัดสินใจแทนลูกค้าได้ด้วย การทำงานเป็นทีมและความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสรรค์สินค้าใหม่ๆ ทว่าลูกค้าคือหัวใจสำคัญของการทำงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเก่าๆ ที่เราเก็บไว้หรือสิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ทั้งหลายทั้งปวงเราจะยึดลูกค้าเป็นหลัก”

ในความคิดเห็นของทอมมาโซ บาร์คัมพาริโนมีความคล้ายคลึงกันมากกับเหล้าคัมพารี ทั้งในแง่ความโด่งดังระดับโลกและความเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่ยืนยงยาวนาน ในขณะที่การตกแต่งบาร์ยังคงไว้ซึ่งความอมตะเป็นตำนานอันทรงเกียรติ ยังได้มีการเสริมความร่วมสมัยเพื่อดึงดูดลูกค้ารุ่นหนุ่มสาว ที่ไม่ใช่เฉพาะในอิตาลีและยุโรปเท่านั้น แต่ยังเป็นลูกค้าที่หลั่งไหลมาจากทั่วโลก


ทอมมาโซผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าบาร์เทนเดอร์ที่บาร์คัมพาริโนเล่าให้ฟังว่า “ก่อนหน้านี้ลูกค้าของเราส่วนใหญ่อายุประมาณ 60 แต่ตอนนี้ก็มีลูกค้าที่อายุน้อยลงมาก เห็นได้ชัดว่าเราไม่สามารถเลือกได้ว่าคนแบบไหนที่จะชอบบาร์ระดับตำนานอย่างคัมพาริโน แต่เราสามารถลองสิ่งใหม่ๆ     ได้   เราได้เปลี่ยนเพลงที่เปิดคลอในร้าน และเริ่มปรุงแต่งค็อกเทลให้ดูสะดุดตามากขึ้น

มีการใช้สีแดงและสีสดใสแทนที่จะเป็นแค่สีน้ำตาลเหมือนที่เคยเป็นมา และมันก็ประสบความสำเร็จ เราพยายามเดินหน้าในขณะเดียวกันก็สร้างสมดุล ลองดูเหล้านิโกรนี่สิครับ มันเป็นเครื่องดื่มคลาสสิคที่ไม่เคยล้าสมัยเลย ในขณะเดียวกันมันก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้ยิ่งโด่งดังมากกว่าอดีตเสียอีก”

ในอนาคต ทอมมาโซเปิดเผยว่ามีแผนการณ์จะขยายความยิ่งใหญ่ของบาร์คัมพาริโนไปยังแถบอื่นในโลก มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นแถบเอเชีย “คงจะเยี่ยมมากถ้าเราได้นำเสนอสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครของอิตาลีไปยังดินแดนใหม่ๆ ถึงเราจะมีจิตวิญญาณเป็นอิตาลี แต่เราก็มีความเป็นสากล ทีมงานของเราประกอบด้วยคนมีความสามารถที่มาจากทั่วยุโรปและนอกเหนือจากนั้น เป็นสถานที่ทำงานที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม การอยู่ในอันดับที่ 27 จาก 50 ของตำแหน่งบาร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลกปีล่าสุดทำให้เรามีอะไรต้องทำมากขึ้นกว่าเดิมและต้องมีเป้าหมายลูกค้าที่มากกว่าเดิม”



 

 

  

 

งานนี้จัดโดยคัมพารีกรุ๊ปและอัลเคมี่ ไทยแลนด์ ดำเนินการโดย แดเนียล ชวาล์บ-กรรมการผู้จัดการของคัมพารีกรุ๊ป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคริสเตียน ฮาร์มสตัน-ผู้บริหารของอัลเคมี่ เอเชีย กรุ๊ป งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการออกทัวร์ในแถบเอเชีย ซึ่งมีเพียงแค่กรุงเทพฯ และสิงคโปร์เท่านั้น โดยมีเหล่าบาร์เทนเดอร์ เซเล็บ และผู้ชื่นชอบเครื่องดื่มค็อกเทลทั่วกรุงเทพฯ มาร่วมกันอย่างสนุกสนานและมีการดื่มเครื่องดื่มค็อกเทลของบาร์คัมพาริโน่ท่ามกลางบรรยากาศอันรื่นรมย์ของงาน Aperol Spritz Sunset Lounge Party