พม. จัดพิธีประทานรางวัล “ประชาบดี” ประจำปี 2564 เชิดชูเกียรติผู้เป็นต้นแบบแห่งการให้

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2565 เวลา 15.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงโปรดให้ พลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล เป็นผู้แทนพระองค์ มาเป็นประธานในพิธีประทานรางวัล “ประชาบดี” ประจำปี 2564 แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นแก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากและผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่ประพฤติตนดีเด่น เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ที่ดูแลช่วยเหลือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก อีกทั้งส่งเสริมเจตคติเชิงบวกในการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร เห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก โดยมีนายอนุกูล ปีดแก้ว อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ทูลรายงาน ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรุงเทพฯ

นายอนุกูล กล่าวว่า “พระประชาบดี” เทพผู้เป็นที่พึ่งและสงเคราะห์ประชาชน ด้วยพลังแห่งการให้และแบ่งปัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้รอดพ้นจากสภาวะยากลำบาก กระทรวง พม. จึงได้นำชื่อ “ประชาบดี” มาเป็นชื่อรางวัลแห่งเกียรติยศ ซึ่งที่ผ่านมา ด้วยพระเมตตาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ได้เสด็จมาประทาน หรือทรงโปรดให้ผู้แทนพระองค์ มาประทานรางวัล “ประชาบดี” เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกย่องและเชิดชูคุณความดีให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม นับเป็นความภาคภูมิใจของต้นแบบความดีที่ช่วยเหลือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากอย่างหาที่สุดมิได้













สำหรับในปี 2564 มีผู้ได้รับรางวัล “ประชาบดี” จำนวนทั้งสิ้น 49 ราย แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ 
1) ประเภทบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ 10 ราย ได้แก่ 1) พระพรหมวชิรโมลี 2) พระเลอศักดิ์ วราสโภ 3)นายสมพงษ์ พงษ์พัว 4) นางยุวดี บำรุงบุตร 5) นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล 6) นายอรรณพ จิรกิติ 7) นางสาวหทัยรัตน์ บุญมา 8) ดาบตำรวจสุทธิณัฐ เส้งรอด 9) นางจิตรา มะหะหมัดยูซบ และ 10) นางสาวนกน้อย มีไชยโย



 



 

 

 

2) ประเภทองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ 12 ราย ได้แก่ 1) คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.หนองหิน) จังหวัดเลย 2) เหล่ากาชาดจังหวัดพังงา 3) องค์กรสวัสดิการประชาชนชุมชนเมืองท่าบ่อ-น้ำโมง (องค์กรสวัสดิการชุมชน) จังหวัดหนองคาย 4) ชมรมคนพิการน้ำเกลี้ยงจังหวัดศรีสะเกษ 5) กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลวังตามัว จังหวัดนครพนม 6) กองทุนบ้านสามแพรกหมู่ 4 จังหวัดสมุทรปราการ 7) วัดบุญนารอบ จังหวัดนครศรีธรรมราช 8) มูลนิธิหลวงตาน้อย จังหวัดนครปฐม 9) ชมรมคนพิการเทศบาลนครตรัง จังหวัดตรัง 10) ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 11) บ้านเอื้อพร องค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ จังหวัดชุมพร และ 12) บริษัท วิสาหกิจสุขภาพชุมชน จำกัด

3) ประเภทสื่อสร้างสรรค์ 13 ราย ได้แก่ 1) รายการเกมต่อชีวิต (รางวัลเกียรติยศ) 2) รายการรักเมืองไทย (รางวัลเกียรติยศ) 3) รายการบ่ายโมงตรงประเด็น 4) รายการวันใหม่วาไรตี้ ช่วงร้องทุก(ข์) ลงป้ายนี้ 5) รายการปัญญาปันสุข 6) รายการรวมใจเป็นหนึ่ง 7) รายการห้องรับแขก 8) หนังสือเรื่อง “เด็กบ้านดอย” โดยมาลา คำจันทร์ 9) นายสลา คุณวุฒิ 10) เพจ Because We Care 11) เว็บไซต์ www.rama.mahidol.ac.th 12) โฆษณาร้อยเรียงความดีสู่สังคม “ความกตัญญู” และ 13) โฆษณา “ยิ้มสู้”



 

 

 

 

 

 

 

4) ประเภทต้นแบบคนสู้ชีวิต 14 ราย ได้แก่ 1) นายสุมิตร ทองเมือง 2) นางพัชราภรณ์ ขำเปลี่ยน 3) นางสาวผาณิต พยัคฆโส 4) นางละมัย มั่งคั่ง 5) นางสาวสมใจ ปั้นพุ่มโพธิ์ 6) นางฉลวย ราชวัตร 7) นางสาวสายหยุด พรมเจียม 8) นายสุวรรณ อุดมผล 9) นางสาวมณีรัตน์ ตัณฑวรรธนะ 10) นางศศิวิมล วงศรียา 11) นายทวี สีมาขันธ์ 12) นางสาววีรญา พิกุลทอง 13) นางกรณิการ์ จิงา และ 14) นายมาโนช มะลิแก้ว

 

 

กระทรวง พม. ขอแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติกับทุกท่านและทุกองค์กรที่ได้รับรางวัลในวันนี้ และขอฝากถึงทุกภาคส่วนในสังคม ว่า พม. ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วงได้โดยลำพัง จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มาร่วมเป็นกลไกสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาสังคม การพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิประชาชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสหรือกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันอย่างยั่งยืนต่อไป นายอนุกูล กล่าวในตอนท้าย